ละครย่อเรื่อง มนต์รักแก้บน 1

เมื่อโต๊ดสะบัดก้นเดินออกจากศาล โดยไม่แคร์ว่าได้ยื่นข้อเสนอและทำสัญญาผูกมัดกับท่านเจ้าพระยารักษ์นคบดี เจ้าที่คนที่ใครๆก็รู้จักเข้าให้แล้ว ท่านเจ้าพระยาก็ปรากฎตัวหลังกลุ่มหมอกควันลี้ลับที่เป็นที่นิยมในการเปิดซีนของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย และอุ๊บอิ๊บว่าสัญญากับเราแล้วนะโต๊ด สัญญาต้องเป็นสัญญาต้องรักษาคำพูดรู้ชิมิ เมื่อจบเสียงหัวเราะกระหึ่มของท่านเจ้าพระยา กระแสแห่งความศักดิ์สิทธิ์ที่จะบันดาลตามคำขอก็พุ่งตรงส่งถึงโต๊ดทันที

"สัญญาต้องเป็นสัญญา…..ถ้าไม่รักษาสัญญาก็ต้องโดนดี" ชั่วผ่านคืนโต๊ดเปลี่ยนเป็นไฮโซโต๊ด ที่พลิกชีวิตตัวเองจากก้อนกรวดสู่ดวงดาวแห่งสังคมคนร่ำรวย เริ่มจากแค่เพียงไปเดินหายใจทิ้งในห้างสรรพสินค้า โต๊ดก็คว้ารางวัลสองล้านบาทจากการเป็นลูกค้าคนที่ 202 ที่เดินเผ่านาใช้บริการของทางห้าง คนจะรวยย่อมช่วยไม่ได้ เพราะเครื่องดื่มยกกำลังที่โต๊ดฉกฝามาจากเป้อแล้วเติ๊ดยุให้ส่งชิงโชคเกิดได้รับรางวัลที่หนึ่ง เป็นบ้านที่ยินดีจะสร้างพร้อมที่ดินให้อย่างหรูหราเพื่อให้สานฝันแรงงานไทยสู้ชีวิต พร้อมเงินขวัญถุงอีก 10 ล้านบาท แต่มีเงื่อนไขว่าโต๊ดต้องมีที่ดินของตนให้สร้างบ้าน โต๊ดที่กำลังจะถูกพี่น้องฮุบที่ดิน ปวดตับกับปัญหานี้อยู่ได้ไม่นาน เพราะเติ๊ดเกิดคิดวิธีกล่อมพี่น้องของทั้งคู่ให้มีเมตตา ให้อยู่โดยมีธรรมะในใจ จนเครือญาติของทั้งคู่เกิดอยากไปศึกษาธรรมที่ประเทศอินเดียเพราะซึ้งสัจจะธรรมว่า มนุษย์เราเกิดมาแล้วหลังจากนั้นก็มาแต่ตัว ตายไปจะเอาสิ่งใดไปด้วยเล่า และตัดสินใจยกที่ดินให้กับโต๊ดและเติ๊ด

นอกจากโต๊ดจะได้ที่ดินกลับคืนมาเพื่อให้รับรางวัลแจ็คพ็อตมหาศาล ในการขุดปรับที่ทางเพื่อให้ก่อสร้างยังมีการพบวัตถุโบราณที่มีค่ามหาศาลในที่ดินของโต๊ดด้วย ท่านเจ้าพระยารักษ์นคบดีปรากฎตัวในฝันของโต๊ด เพื่อให้ทวงถามสัญญาที่โต๊ดให้ไว้ แต่โต๊ดกลับยียวนเรียกร้องขอหลักฐานจากท่านเจ้าที่ ว่าไปสัญญิงสัญญาไว้ตอนไหน มีหรือที่เจ้าที่ไฮเทคจะยอมแพ้โต๊ดง่าย ๆ เปิดกล้องซีซีทีวีเจ้าที่ที่พึ่งจะได้งบประมาณติดตั้งมาเปิดให้โต๊ดดูเพื่อให้เป็นหลักฐานทันท โต๊ดยอมรับแต่ไม่ยอมแพ้ ทำหน้ามึนไม่ยอมแก้บน ไม่รักษาคำพูดทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้เพราะถือว่าเจ้าที่ใจแคบ แค่ไข่ใบเดียวก็ต้องมาทวง ซึ่งนอกจะเป็นวิธีคิดที่ไม่ฉลาดแล้ว ยังประกาศสงครามกับท่านเจ้าที่จอมเอาชนะไปเรียบร้อยแล้ว

เรื่องย่อ Club Friday The Series 9 รักครั้งหนึ่ง ที่ไม่ถึงตาย ตอน รักที่หลุดลอย

มิ้นต์ (พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร) แต่งงานกับ กรณ์ (กวี ตันจรารักษ์) ชายหนุ่มวิศวกรเพียบพร้อมทุกอย่างที่พ่อกับแม่เลือกให้ ทั้งคู่แต่งงานกันมา 13 ปีแต่ยังไม่มีลูก จนกระทั่งวันหนึ่งมิ้นต์จับได้ว่ากรณ์แอบมีกิ๊ก มิ้นต์ไม่สบายใจจึงไปปรึกษา ขุน (ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม) ชายหนุ่มมาดเซอร์เพื่อให้นสนิทสมัยเรียนที่ชอบมิ้นต์ ขุนคอยดูแลเทคแคร์มิ้นต์เป็นอย่างดี จนมิ้นต์เริ่มรู้สึกดีกับขุนขึ้นเรื่อยๆ พอกรณ์รู้ว่ามิ้นต์กลับไปสนิทกับขุนก็โกรธมาก ทำให้มิ้นต์กับขุนสมุทราะกันอย่างหนัก

ความรักของ มิ้นต์ ในอดีต กับ ขุน เพื่อให้นชายคนหนึ่งที่ทั้งคู่มีบ้านอยู่ใกล้กันตั้งแต่ครั้งยังเรียนหนังสือ แต่เพราะขุนเป็นคนมีบุคลิกเกเรและไม่น่าไว้วางใจ พ่อแม่ของมิ้นต์จึงไม่อนุญาตให้คบกัน จนคุณเรียนจบทางบ้านจึงจับให้คุณแต่งงานกับ กรณ์ ลูกของเพื่อให้นพ่อ ที่เป็นผู้ชายที่ดูดีมีอนาคต ซึ่งคุณก็ยอมทำตามทั้งที่ไม่ได้รักกรณ์มาก่อน แต่เพราะพ่อแม่เชื่อว่า คนดีๆ อยู่ด้วยกันเดี๋ยวก็รักกันเองได้ หลังจากแต่งงาน มิ้นต์ทำตัวเป็นเมียและเป็นแม่ของลูกที่ดี แต่หัวใจคุณยังคงนึกถึงขุน คนรักเก่าที่ยังใช้ชีวิตวนเวียนแบบมองเห็นกันตลอดเวลา ทั้งขุนก็ยังไม่ยอมมีใครเสมือนว่ายังรอมิ้นต์อยู่

บ่อยครั้งที่ขุนแสดงความห่วงใย ในสิ่งที่ดูเหมือนน้อยแต่มีคุณค่าในความรู้สึก เช่น มิ้นต์เลิกงานดึก ต้องกลับบ้านคนเดียว ขุนก็จะมายืนรอรับและเดินตามหลังเงียบๆ ไปส่งคุณจนถึงหน้าประตูบ้านอย่างปลอดภัย ในขณะที่ กรณ์ สามีตัวจริงของคุณนอนหลับอย่างไม่สนใจ บ่อยครั้งที่มิ้นต์คิดทบทวนถึงความหลังเก่าๆ และร้องไห้เสียใจกับการตัดสินใจของตนว่าคุณไม่ควรเชื่อพ่อแม่และตัดสินใจอย่างงี้ แต่มันก็ดูเหมือนว่าจะสายไป ซึ่งเป็นความจริงที่ว่าอะไรที่เราพยายามลืม มันกลับจำ และอะไรที่พยายามจะตัด มันชอบมีอะไรให้ไปต่อ รักคราวนี้ของมิ้นต์จะกลับมาหาหรือว่าหลุดลอยไปอย่างไม่กลับมา คุณเท่านั้นที่จึงควรตัดสินใจ

เรื่องย่อหลงเงาจันทร์ 3

ดังนั้น เมื่อเอมอรและทิพย์อาภาลงความเห็นกันว่าอยากให้เขมจิราเป็นคนคอยดูแลธนาคิม เขมจิราจึงรีบปฏิเสธ และเสนอให้พิมพ์ชนกทำหน้าที่นี้แทนเพราะพิมพ์ชนกเป็นพยาบาลอยู่แล้ว เอมอรไม่รู้จะทำอย่างไรจึงขอร้องให้พิมพ์ชนกรับเป็นคนดูแลธนาคิม พิมพ์ชนกจำใจยอมรับหน้าที่ดูแลธนาคิมด้วยความเกรงใจผู้ใหญ่ และเห็นอกเห็นใจธนาคิมที่ต้องมาเจอเรื่องแบบงี้

พิมพ์ชนกต้องลาออกจากงานไปดูแลธนาคิมที่บ้านของคุณเอมอรที่ต่างจังหวัด เพราะคุณเอมอรหวังว่าอากาศดี ๆ ตรงนั้นจะทำให้อาการป่วยรวมทั้งสภาพจิตใจของธนาคิมดีขึ้นได้ ธนาคิมเปลี่ยนเป็นคนอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดเอาแต่ใจ แต่พิมพ์ชนกก็รับมืออย่างอดทนและใจเย็นจนอาการของธนาคิมค่อย ๆ ดีขึ้น

อุบัติเหตุคราวนี้ทำให้ธนาคิมเห็นอะไรหลาย ๆ อย่างรวมทั้งธาตุแท้ของเขมจิราและพิมพ์ชนก ภายหลังที่ธนาคิมป่วยได้ไม่นาน เขมจิราก็ขอถอนหมั้นธนาคิมและถอดแหวนฝากให้พิมพ์ชนกไปคืนธนาคิม แต่ธนาคิมไม่รับ

การที่พิมพ์ชนกมาดูแลธนาคิมในคราวนี้ทำให้ไฟร้อนในใจธนาคิมลดอุณหภูมิลง เขาเริ่มเห็นความดีงามของพิมพ์ชนก แม้ว่าภายนอกจะยังแสดงความเกรี้ยวกราดกับคุณตลอดเวลา ในขณะที่เขมจิราหันกลับมาคบกับอานนท์เหมือนเดิม สร้างความเศร้าใจให้ริสาไม่น้อย แต่ริสาเข้าใจอานนท์ดี คุณทำใจได้แล้วว่าถ้าคุณรักหมออานนท์จริงคุณควรดีใจที่เห็นเขาสุขสบาย

พิมพ์ชนกดูแลจนธนาคิมหายเป็นปกติ เขมจิราแม้ไม่เคยมาสนใจเยี่ยมเยียนธนาคิมเลยสักครั้ง แต่เมื่อรู้ข่าวก็รีบทิ้งหมออานนท์กลับมาหาธนาคิมทันที และประกาศจะแต่งงานกับธนาคิม โดยลืมเรื่องที่ตัวเองเคยถอนหมั้นและทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คราวนี้หมออานนท์เจ็บหนักมาก แต่ยังคงมีริสาที่คอยดูแลและไม่ทิ้งไปไหน จนในที่สุดริสากับหมออานนท์ก็เข้าใจกันและเปิดหัวใจให้กันและกัน ส่วนธนาคิมตอนนี้หัวใจเขาไม่เหมือนเดิมแล้วเช่นเดียวกับพิมพ์ชนก แต่ทั้งคู่ยังคงมีกำแพงแห่งทิฐิในใจ เขมจิราพยายามทำดีกับธนาคิมเพื่อให้ที่จะได้แต่งงาน เอมอรไม่เข้าใจที่ธนาคิมยอมกลับไปคบกับเขมจิราทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเขมจิราเคยทิ้งไปแบบนั้น แต่ธนาคิมรู้เหตุผลในใจของตนดี

เรื่องย่อซ่อนเงารัก 2

นลินเริ่มเกลี้ยกล่อมให้ขวัญมาสงสัยในตัวเหนือเมฆ แกล้งตั้งคำถามว่าเหนือเมฆชอบขวัญมา เพราะมองว่าขวัญมาเป็นขวัญเอย แต่ขวัญเอยต้องทนทุกข์ทรมานขนาดไหน ขวัญมาเองก็น่าจะรู้ ขวัญมาเริ่มรู้สึกผิด และเริ่มไม่แน่ใจว่าแท้จริงแล้วเหนือเมฆรักใคร นลินได้โอกาสจึงบอกว่า มีทางที่ขวัญมาจะชดใช้ให้ขวัญเอยได้

          ในวันงานแต่งงานของเหนือเมฆ เหนือเมฆได้เข้าพิธีสมรสกับเจ้าสาวของเขา แต่ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าสาวของเขาในวันนั้นคือขวัญเอยหรือขวัญมากันแน่ มีเพียงนลินที่รู้ว่าเจ้าสาวที่ยืนอยู่ข้างเหนือเมฆเป็นใคร และจำเป็นที่จะต้องไม่มีใครรู้ เพราะคุณจะให้ขวัญเอยและขวัญมาสลับร่างกันไปเรื่อย ๆ แม้ขวัญเอยจะสุขสบายที่ได้อยู่กับเหนือเมฆ ชายที่เขารัก แต่ลึก ๆ แล้วขวัญเอยก็ยังไม่ได้เป็นตัวเองอย่างบริบูรณ์แบบเสียที เพราะต้องปลอมตัวเป็นขวัญมาตลอดเวลาที่อยู่กับเหนือเมฆ ขวัญเอยแอบทนทุกข์ แม้จะได้ครอบครองสิ่งที่จำเป็น แต่ก็ยังไม่เคยมีใครเห็นตัวตนที่แท้จริงอย่างที่เขาอยากเป็นจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนลิน ผู้เป็นแม่ หรือเหนือเมฆ ผู้ชายที่เขารัก

          ระหว่างที่เหนือเมฆใช้เวลาอยู่กับขวัญเอยและขวัญมาสลับกันไปเรื่อย ๆ ทำให้เขาเกิดความสงสัย เพราะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของเมียที่เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมในบางเวลา เหนือเมฆพยายามคิดแผนเพื่อให้จับสังเกตขวัญเอยหลายครั้งแต่ก็ยังไม่สำเร็จ

          ความอดทนของคนมีจำกัด เมื่อขวัญมาได้รู้ว่าแท้จริงแล้วคนที่อยู่ในใจของเหนือเมฆมาตลอดคือขวัญเอย และขวัญมาทนไม่ได้ที่จะเสียเหนือเมฆไป จากพี่น้องที่รักกันมากก็มาถึงจุดแตกหักเพราะความรัก เมื่อขวัญมาไม่อยากเป็นแค่เงาในใจของเหนือเมฆอีกต่อไป ที่สำคัญขวัญมาต้องการจะเป็นคนเดียวที่เหนือเมฆจะรัก ขวัญมาไม่ต้องการจะเป็นแฝดที่หน้าตาเหมือนกับขวัญเอยอีกต่อไป การได้คิดว่าเหนือเมฆรักขวัญเอยที่มีหน้าตาเหมือนคุณ แต่กลับไม่ใช่คุณที่เหนือเมฆรัก ยิ่งทำให้ขวัญมาทนไม่ได้อีกแล้ว สองพี่น้องสมุทราะกันร้ายแรงจนเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ และทั้งคู่ก็ติดอยู่ในกองไฟนานจนอาการสาหัส ที่สำคัญขวัญเอยและขวัญมามีแผลไฟไหม้จนแทบจำหน้าเดิมไม่ได้

          แม้ขวัญมาจะเสียโฉม แต่เหนือเมฆกลับยิ่งรักและสงสารเมียของตนมาก คอยดูแลใกล้ชิด ในขณะที่ขวัญเอยอาการสาหัสกว่าและหน้าเสียโฉมเช่นกัน ได้แต่จมอยู่กับตัวเองในห้อง และเมื่อขวัญมาหายดีก็เดินทางไปศัลยกรรมที่ต่างประเทศ และกลับมาอีกทีในรูปโฉมใหม่ ที่ไม่ต้องเหมือนกับขวัญเอย แฝดผู้พี่ที่เป็นศัตรูหัวใจของคุณอีกต่อไป การกลับมาคราวนี้ขวัญมาจะเป็นคนใหม่ เป็นคนที่เหนือเมฆรักแต่เพียงคนเดียว ไม่ต้องเป็นเงาที่ซ่อนอยู่ในเงามืดเหมือนเช่นอดีตอีกต่อไป ติดตามชมความสนุกและเข้มข้นของเรื่องราวชีวิต ความรัก และความลับของแฝด ขวัญเอยและขวัญมา ที่ต้องรอพิสูจน์ด้วยตา พร้อมหัวใจ ว่าใครกันแน่ที่จะเป็นตัวจริง หรือใครกันแน่ที่จะเป็นได้เพียงแค่เงา

เรื่องย่อ รักใสใสของนายข้างบ้าน (My Flower Boy Next Door) ตอนที่ 2

ระหว่างรอผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เอ็นริเก้นำกล้องวิดีโอมาบันทึกภาพพนักงานฝึกหัดหญิงคนหนึ่ง จึงถูกเจ้าหน้าที่ประจำด่านดุเพราะมีกฏห้ามถ่ายภาพในรอบๆดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว เมื่อเห็นเอ็นริเก้ถือพาสปอร์ตต่างชาติเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวข้างต้นก็บ่นว่าคนสมัยนี้ชอบถือสองสัญชาติเพื่อให้หลบเลี่ยงการเป็นทหาร จากนั้นก็ถามเอ็นริเก้ว่า "นี่เราน่ะพูดภาษาเกาหลีได้ไหม"  

เอ็นริเก้ถามเจ้าหน้าที่ประจำด่านว่า ที่เขาไม่ใช้ภาษาทางการกับตนเพราะมองว่าตนเป็นเด็กใช่ไหม เจ้าหน้าที่คนดังที่กล่าวถึงแล้วได้ยินดังนั้นก็ถึงกับผงะหงาย เอ็นริเก้จึงถามกึ่งโม้ว่าตนช่างสังเกตใช่ไหม  และบอกว่าการที่เจ้าหน้าที่พูดแบบนั้นทำให้เขารู้สึกสนิทสนมเหมือนเป็นเพื่อให้นกัน จากนั้นก็สาธยายว่าเขาไปอยู่ที่สเปนตั้งแต่อายุ 9 ขวบและมีคนบอกว่าเขาเป็นเด็กอัจฉริยะ ถึงจะไม่ได้อยู่เกาหลีแต่พ่อของเขาไม่ยอมให้พูดภาษาสเปนที่บ้าน เขาจึงพูดภาษาเกาหลีได้อย่างคล่องแคล่ว เจ้าหน้าที่คนดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นได้ฟังดังนั้นก็หันมาใช้ภาษาสุภาพและเรียกเขาว่า "คุณเอ็นริเก้"

เมื่อถูกถามว่ามาเกาหลีทำไม เอ็นริเก้ก็ทำท่าแผลงศรแล้วบอกว่ามายิงศรรัก เอ็นริเก้หันไปเห็นป้ายชื่อของพนักงานหญิงระบุคำว่า  "ฝึกหัด" และ "Trainee" เลยเข้าใจว่าคุณชื่อ "ฝึกหัด" เป็นพนักงาน "Trainee"  จึงถ่ายวิดีโอเอาไว้เพราะคิดว่าเป็นชื่อที่แปลกดี มิหนำซ้ำ เอ็นริเก้ที่เพิ่งจะโม้ว่าตนเองเป็นอัจฉริยะยังเรียกคุณว่า "พี่ฝึกหัด" อีกต่างหาก 

เมื่อมาถึงอาคารผู้โดยสารขาเข้า เอ็นริเก้ก็ได้รับการต้อนรับเยี่ยงซุป'ตาร์ เพราะมีบรรดาแฟนคลับและนักข่าวมารอรับเพียบ เมื่อถูกถามว่าเขาตอบรับข้อเสนอของ "พิกซาร์"  (พิกซาร์ แอนนิเมชั่น สตูดิโอส์ ในเครือดีสนีย์) หรือยัง  และจะออกจาก "โซล่า สตูดิโอ" ไหม เขายังไม่ทันได้ตอบคำถามก็มีเสียงคนพูดว่าเราจะสัมภาษณ์เรื่องนี้กันทีหลัง ระหว่างที่โดนนักข่าวห้อมล้อมอยู่นั้น เอ็นริเก้ก็หันไปเห็นสาวน้อยยูน โซยอง เดินสะพายกีตาร์เผ่านาหา

ตัดไปที่สองชายหนุ่มนักเขียนเว็บตูน  "โอ จินรัก" และ "โอ ดงฮุน" ซึ่งถูกเปิดตัวด้วยลุคนายแบบสุดเท่ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วทั้งคู่กำลังไปฟังผลว่าเว็บตูนเรื่อง "ซอมบี้ ซอกเกอร์" ของพวกเขาจะผ่านการพิจารณาหรือเปล่า เมื่อบ.ก.สาวที่โหมงานหนักจนตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้าบอกว่างานของพวกเขาไม่ผ่านการพิจารณา เพราะดัดแปลง (ลอก) เนื้อเรื่องมาจากวิดีโอเกมของเอ็นริเก้ ดงฮุนก็แย้งว่าเว็บตูนกับเกมแตกต่างกันสักหน่อย แถมเอ็นริเก้ยังอยู่ที่สเปนอีกต่างหาก  บ.ก.สาวจึงบอกว่าเอ็นริเก้พึ่งเดินทางมาถึงกรุงโซล

ดงฮุนไม่ยอมแพ้จึงคิดที่จะนำภาพประกอบที่พวกตนพึ่งจะวาดมาอวดบ.ก. ระหว่างที่กำลังเลือกรูปอยู่นั้นเขาก็พบภาพวาดหญิงสาว (ทงมี) ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับงานเลยสักนิด จินรักเห็นแล้วปิ๊งไอเดียจึงนำเสนอโปรเจ็คใหม่ โดยบอกว่าเขากำลังจะเขียนเว็บตูนแนวเมโลดราม่าเกี่ยวกับหญิงสาวที่ขังตัวเองอยู่ภายในอพาร์ทเมนท์โดยมีเหล่าบรรดาชายหนุ่มหล่อเป็นเพื่อให้นบ้าน และตั้งชื่อเรื่องว่า "อิวจิ๊บ โกมินัม  (Flower Boy Next Door)” ปรากฏว่าพล็อตเรื่องดังกล่าวข้างต้นโดนใจบ.ก.สาวอย่างแรง

เรื่องย่อ ฟ้าส่งผมมาเป็นหมอ (Good Doctor) ตอนที่ 3

ส่วนทางด้าน "ยู แชคยอง" (หัวหน้าคณะผู้ตัดสินคิดแผนและพัฒนาองค์กร / คู่หมั้นของโดฮัน)  ก็นำแผนงานมาเสนอ "ลี ยอวอน"  (ผู้ตัดสินผู้ให้การใหญ่โรงพยาบาลฯ และแม่ของแชคยอง)  หลังอ่านเอกสารแล้วยอวอนก็ตำหนิแชคยองที่มุ่งเน้นในเรื่องการคิดแผนปรับโครงสร้างองค์กรเพียงอย่างเดียว แชคยองแย้งว่าแต่ละแผนกในโรงพยาบาลมีการผลัดเวรบ่อยเกินไป ทำให้มีเจ้าหน้าที่มากเกินความจำเป็น และนี่ก็เสมือนโรคเรื้อรังของโรงพยาบาล ยอวอนแย้งกลับว่าที่นี่ไม่ใช่โรงงานแต่เป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย การปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่แต่ละคนล้วนมีผลต่อชีวิตคนไข้ แชคยองสวนกลับว่า แม้การใส่ใจชีวิตคนไข้จะเป็นเรื่องดี แต่ถ้าไม่ปรับปรุงในเรื่องนี้ก็ส่งผลกระทบต่อความอยู่รอดของโรงพยาบาล ยอวอนไม่อนุมัติแผนงานและส่งเอกสารคืนให้แชคยอง  แต่แชคยองการันตีว่าจะทำตามแผนเดิม

ปัจจุบัน หมอชเว ซึ่งครั้งหนึ่งเคยประจำอยู่ที่โรงพยาบาลเล็กๆ ในต่างจังหวัดและเป็นผู้ช่วยชีวิตชีอนตอนอุโมงค์ถ้ำถล่ม ได้กลายมาเป็นผู้อวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยซองวอนแล้ว (นับแต่นี้จะเรียกหมอชเวว่า "ผู้อวยการชเว) เขาครุ่นนึกถึงเรื่องราวสมัยเด็กๆ ของชีอน ที่สนใจด้านการแพทย์มาก และมักมานั่งดูตนรักษาคนไข้อยู่เสมอ มิหนำซ้ำยังแอบอ่านตำราแพทย์ทั้งหมดของตนอีกด้วย

ในที่สุด ชีอนก็เดินทางมาถึงจุดหมายปลายทาง หลังลงจากรถไฟแล้วเขาก็แวะดูการ์ตูนสามมิติที่สถานีรถไฟตามประสาเด็ก (สภาพจิตใจเหมือนเด็ก 10 ขวบ)  แต่แล้วอยู่ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อเด็กชาย "ฮยอนอู" (หนูน้อยที่มอบไข่ต้มให้ชีอนบนรถไฟ) ถูกป้ายโฆษณา (กรอบกระจก) ขนาดใหญ่ที่สถานีรถไฟร่วงลงมาทับจนหมดสติแน่นิ่ง โชคดีที่มีหมอคนหนึ่งอยู่ในเหตุการณ์ หลังตรวจบาดแผลที่ลำคอของหนูน้อยแล้วหมอคนดังที่กล่าวถึงมาแล้วก็อธิบายให้แม่เด็กฟังว่า โชคดีที่เศษกระจกไม่ได้ตัดหลอดเลือดสมองคาโรติด (หลอดเลือดแดงใหญ่ขนาดประมาณนิ้วก้อย ทำหน้าที่ส่งเลือดจากหัวใจผ่านคอด้านหน้าไปสู่สมอง) แต่บาดเข้ารอบๆหลอดเลือดดำใหญ่ที่ลำคอ

หมอคนดังที่กล่าวมาข้างต้นรีบนำผ้าเช็ดหน้ามาปิดบาดแผลที่ลำคอฮยอนอูพลางกล่าวว่า หากห้ามเลือดได้สำเร็จหนูน้อยก็จะปลอดภัย ชีอน (ซึ่งยังคงสวมแว่นตาสามมิติ) เห็นหมอกดแผลเพื่อให้ห้ามเลือดที่ลำคอเด็ก จึงเดินมาห้ามไม่กดแรงจนเกินไปเพราะจะส่งผลต่อฟุตบาทหายใจเด็ก (การรักษาเด็กและผู้ใหญ่มีความแตกต่างกัน) เขาสันนิษฐานว่าเด็กอาจได้รับบาดเจ็บที่ปอดและตับด้วยเช่นกัน หลังตรวจดูชีพจรแล้วพบว่าเป็นปกติ เขาก็ปลดกระดุมเสื้อฮยอนอูเพื่อให้ดูว่าบาดเจ็บตรงไหนบ้าง ปรากฏว่ามีแผลฉกรรจ์ที่ช่องท้อง (มีเศษกระจกชิ้นใหญ่ปักคาอยู่) เขาก้มฟังเสียงลมหายใจเพื่อให้เช็คว่าฮยอนอูหายใจเป็นปกติหรือเปล่า หลังจากนั้นก็เช็คซ้ำเพื่อให้ความมั่นใจโดยใช้นิ้วดัดคางฮยอนอูให้เงยหน้าขึ้น ก่อนบีบจมูกแล้วทำการเป่าปากเพื่อให้ตรวจเช็คการทำงานของSystemทางเท้าหายใจ ปรากฏว่ายอดอกของฮยอนอูยกตัวขึ้นซึ่งหมายความว่าSystemหายใจยังทำงานเป็นปกติ

เรื่องย่อ ลิขิตรักเจ้าหญิงมูยอง (The Blade and Petal) ตอนที่ 3

ขณะที่บรรยากาศในท้องพระโรงกำลังตึงเครียด แทคยองก็เผ่านาทูลพระเจ้ายองรยูว่า ขบวนเกี้ยวขององค์หญิงและองค์ชายถูกทหารของราชวงศ์ถังซุ่มโจมตีระหว่างเดินทางกลับจากเมืองชอลบอน (อดีตเมืองหลวงของโกกูรยอ)  โดซูถือโอกาสทูลว่า ตนและแม่ทัพยอน เกโซมุนพูดเอาไว้ไม่ผิด ในเมื่อราชวงศ์ถังหยามโกกูรยอถึงเพียงนี้แล้วจะสร้างความปรองดองกันได้อย่างไร พระเจ้ายองรยูตรัสว่า หลังสอบปากคำทหารที่ถูกจับได้ก็จะรู้ว่าราชวงศ์ถังทำเช่นนี้เพื่อให้อะไร

ปรากฏว่าเหตุการณ์ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นการจัดฉากของข้างยอน เกโซมุน  พอรู้ว่าคนที่พวกตนส่งไปสร้างสภาพการณ์ถูกทหารองครักษ์จับตัวได้ เหล่าขุนนางข้างยอน เกโซมุนต่างกลัวว่าแผนการจะถูกเปิดโปงแต่ยอน เกโซมุนกลับยังคงนิ่งเฉยและบอกให้เหล่าขุนนางไปหาอะไรใส่ท้องให้สบายใจ

อีกด้านหนึ่ง "ยอนชุง" บุตรชายนอกสมรสของยอน เกโซมุน ก็กำลังเดินฝ่าสายฝนโดยสวนกับขบวนเสด็จขององค์หญิงและองค์ชาย ภารกิจของยอนชุงคือการลอบฆ่าคนร้ายที่ถูกทหารองครักษ์จับได้ และเขาก็ยิงธนูฝ่าสายฝน ฝูงชน และลูกกรง ให้พุ่งเข้าไปปักกลางหลังคนร้ายได้อย่างแม่นยำ  

จางเห็นดังนั้นก็ออกไล่ล่ายอนชุงทันที องค์หญิงมูยองเห็นยอนชุงซุ่มอยู่บนหลังคาจึงชักดาบแล้วออกติดตามยอนชุงท่ามกลางสายฝน แม้จะถูกทหารและจางล้อมจับแต่ยอนชุงก็สามารถฝ่าออกมาได้ แต่สุดท้ายพระเอกของเราก็ปีนกำแพงมาจ๊ะเอ๋องค์หญิงมูยอนซะงั้น  องค์หญิงยื่นดาบไปที่ยอนชุงเชิงข่มขู่ซึ่งยอนชุงก็ยอมจำนนแต่โดยดี  พอเห็นจางพุ่งเข้าหา ยอนชุงก็รีบปัดดาบองค์หญิง เขาไม่คิดรังแกองค์หญิงและจางก็แค่ต้องการเปิดทางหลบหนี  หลังกระแทกจางจนล้มลงแล้ว ยอนชุงก็รีบคว้ากระเป๋าหนังที่บรรจุธนูหวังหลบหนี องค์หญิงเห็นดังนั้นจึงดึงกระเป๋าไว้จนเกิดการยื้อยุด ทำให้ยอนชุงพลาดท่าถูกจางฟันเข้าที่ต้นแขน พอหลบหนีออกมาได้แล้วเขาก็ได้ยินจางพูดว่า "องค์หญิง!" 

จางมาตามหามือฆ่าที่โรงเตี๊ยม (ขณะนั้นยอนชุงกำลังโชว์ปิดตายิงธนูอยู่ทางด้านใน) โดยมองหาคนที่ได้รับบาดเจ็บรอบๆต้นแขน  พอเห็นยอนชุง (ซึ่งมีผ้าปิดตาและไม่มีร่องรอยบาดแผล) เขาก็จ้องมองอย่างจับผิดก่อนเดินเลี่ยงออกไปยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ  ทันใดนั้น แขนเสื้อของยอนชุงก็ชุ่มไปด้วยเลือด หลังหยั่งเชิงกันได้สักพัก ทั้งจางและยอนชุงต่างชักดาบออกมาช้าๆ แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งมาดึงตัวยอนชุงออกไป  ("ชีอู" และ "บูชิ" ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่ม "กึมฮวาดัน" ก็อยู่ในโรงเตี๊ยมและได้เห็นความสามารถยิงธนูขั้นเทพของยอนชุงเช่นกัน)  

หลังจางไปจากโรงเตี๊ยมแล้ว ยอนชุงก็นึกถึงจุดเริ่มที่ทำให้ตัวเขาต้องแปลงเป็นมือฆ่า… วันหนึ่ง หลังจบการแสดงปิดตายิงธนู อยู่ๆ ก็มีชายกลุ่มหนึ่งมาจ้างวานให้เขาทำงานให้ (ความสามารถยิงธนูขั้นเทพของเขาเป็นที่โจษจันไปทั่วเมืองพยองยาง และใครๆ ต่างก็รู้ว่าเขาเดินสายแสดงการปิดตายิงธนู เพื่อให้ตามหาใครบางคน) ตอนแรกยอนชุงปฏิเสธ แต่พอรู้ว่าผู้จ้างวานเป็นคนที่มีตำแหน่งใหญ่โตในบ้านเมืองต่อให้เขาอยากเข้าพบเพียงใดก็ไม่มีทางได้พบง่ายๆ ยอนชุงจึงถามว่าหากตนรับงานนี้แล้วจะได้เข้าพบผู้จ้างวานไหม

เรื่องย่อ สะดุดรักนักเปียโน (Nae Il’s Cantabile) ตอนที่ 7

ยูจินนอนหลับตาบนโซฟาภายในห้องที่สะอาดสะอ้านและสุดแสนเป็นกฎระเบียบ เขาพยายามสะกดจิตตัวเองตามคำแนะนำในซีดี (หรือไฟล์เสียง) โดยทำให้ตนเองเชื่อว่าหอมหัวใหญ่คือแอปเปิ้ลแสนอร่อยแต่สุดท้ายก็ทำไม่สำเร็จ ขณะออกมาสูดอากาศที่ริมระเบียงยูจินได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยมาจากระเบียงห้องด้านข้าง (ห้องเนอิล) จึงชะโงกหน้าเข้าไปดู พอคิดว่าบนระเบียงเต็มไปด้วยถุงขยะที่มีแมลงวันตอมหึ่งยูจินก็ถึงกับช็อค เมื่อคิดว่าที่พื้นระเบียงมีน้ำสีเหลืองๆ เจิ่งนองและมีแมลงสาบจำนวนหนึ่งคลานไปมา ยูจินก็หมดความอดทนและตรงไปที่ห้องของเนอิลทันที

พอเห็นเนอิลนำเสื้อเชิ้ตของตนมาคลุมหัวยูจินก็ยิ่งรู้สึกโกรธ  (เนอิลอ้างว่าคุณยังไม่ได้ซักเสื้อผ้าเลยแอบเอาเสื้อเขามาใส่แค่แป๊บนึง) ยูจินไม่ต้องการให้ห้องของเนอิลแปลงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงสาบ เพราะกลัวว่าแมลงสาบจะอพยพหรือมาวิ่งเล่นที่ห้องของตน  เขาจึงลงทุนเก็บกวาดขยะและทำความสะอาดห้องของเนอิล แต่เนื่องจากว่าห้องรกมากจึงหาอุปกรณ์ทำความสะอาดไม่เจอ ยูจินเลยต้องขนเครื่องดูดฝุ่นและอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ห้องของตนมาจัดการแทน พอเห็นยูจินนำตุ๊กตาเน่าๆ ของตนไปใส่ถุงขยะ เนอิลก็เข้าไปยื้อแย่งและห้ามไม่ให้นำไปทิ้ง นอกจากนี้ ยูจินยังพบคราบอาหารที่แห้งและเน่าคาหม้อ รวมทั้งขนมปังขึ้นราซึ่งเนอิลบอกว่าคุณซื้อมาจากร้านของ "คิม ทักกู" (คิม ทักกู เป็นชื่อพระเอกในละครเรื่อง "King of Baking, Kim Tak Goo" ที่ออกอากาศในเกาหลีเมื่อปี 2010 และ "จูวอน" พระเอกของเราก็ร่วมแสดงในเรื่องนี้ด้วย)  เนอิลโวยวายลั่นเมื่อเห็นข้าวของเครื่องใช้เน่าๆ ของคุณถูกยูจินเก็บไปทิ้งในถุงขยะนับ 10 ถุง ยูจินชักเริ่มรำคาญจึงแบกเนอิลออกจากห้องแล้วทิ้งคุณไว้ทางด้านนอก จากนั้นก็เผ่านาเก็บกวาดตามลำพังจนห้องที่รกรุงรังกลับมาสะอาดและน่าอยู่อีกรอบ (เขายังช่วยซักเสื้อผ้าให้คุณด้วย)

ยูจินถึงกับหมดแรง ขณะที่เนอิลนั่งเล่นเปียโนอย่างแฮปปี้ คุณความคิดว่ามีเสียงเปียโนไพเราะขึ้นจึงสงสัยว่าอาจเป็นเพราะยูจินอยู่กับคุณที่นี่ ยูจินแย้งว่าเสียงเปียโนก้องขึ้นเพราะไม่มีกองขยะอยู่รอบๆ ต่างหาก เขาถามว่าท่อนที่คุณเล่นเมื่อสักครู่คือเพลงอะไร เนอิลกล่าวว่าเป็นเพลงโหมโรงของความรักระหว่างคุณกับยูจิน (จริงๆ แล้วเป็นเพลงที่คุณเล่นให้อาจารย์อันฟังก่อนหน้านี้) ยูจินบอกให้คุณลองเล่นอีกรอบ แต่เนอิลลืมไปแล้วว่าคุณเล่นยังไง ยูจินจึงไล่โน้ตให้ฟัง พอใช้ฟังเพลงของเนอิลแล้วยูจินก็หายเหนื่อย เขายิ้มอย่างพึงพอใจพลางคิดว่าแม้คุณจะเล่นในสไตล์ของตนเองแต่ฟังดูแล้วไม่เลวเลยทีเดียว ยิ่งฟังยูจินก็ยิ่งเคลิบเคลิ้มและเผลอขยับมือให้จังหวะ (แบบวาทยากร) โดยไม่รู้สึกตัว

บัลลังก์เมฆ

ปานรุ้ง สมุทรเทวา บุตรสาวคนเดียวของนางคมขวัญเจ้าของกิจการบริษัทสมุทรเทวาเดินเรือ จบการ ศึกษาจากต่างประเทศ คมขวัญ วาดหวังไว้ว่าบุตรสาวคนนี้จะมารับช่วงดูแลกิจการเดินเรือต่อจากคุณ ในวันเลี้ยงต้อนรับการกลับมา ของปานรุ้ง คุณได้มีโอกาสพบ กติยา เพื่อให้นสนิทสมัยเด็กนักเรียนและเรือโทวาสุเทพ นทีพิทักษ์ คู่หมั้นของกติยา วาสุเทพ หลงรักปานรุ้งจนยอมถอนหมั้นจากกติยามาหมั้นกับปานรุ้งแทน กติยาโกรธแค้นมาก แต่แล้วเมื่อปานรุ้งได้พบกับยกนาม ดิเรกวิทยา เพลย์บอยชายหนุ่มผู้เรียนนอก ที่น่าสนใจและมีชีวิตชีวากว่าวาสุเทพ ปานรุ้งตัดสินใจถอนหมั้นวาสุเทพส่งคืนให้กติยา และแต่งงานกับยกนาม โดยไม่ฟังคำคัดค้านจากคมขวัญ ผู้เป็นแม่เลย

กิจการเดินเรือของคมขวัญเสียหายหนักขึ้น ประกอบกับปานรุ้งให้ยกนามได้เผ่านามีส่วนบริหารงานโดย ไม่รู้ว่าเบื้องหน้าชองยกนามนั้นคือนักพนันตัวยง เขาเริ่มเอาเงินมาหมุน หนักเข้าก็ลอบส่งของเถื่อนเพื่อให้ให้หนี้พนัน แต่โชคไม่เข้าข้าง ยกนามกับพรรคพวกถูกจับได้ เพราะเกิดการฆาตกรรมนายช่างฝรั่งขึ้น เมื่อหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ยกนามโดนจับและถูกตัดสินติดตะราง 20 ปี ปานรุ้งเสียใจที่ถูกหลอกโดยสามีที่ตนรัก คุณสำนึกผิดที่ไม่เชื่อแม่ตั้งแต่ต้น แต่ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว ตระกูลสมุทรเทวาล้มละลาย ปานเทพ ดิเรกวิทยาบุตรคนแรกของคุณถือกำเนิดขึ้น หากแต่คมขวัญผู้เป็นแม่ ตรอมใจ และเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ ปานรุ้งล้มละลาย บ้านสมุทรเทวาที่คุณอยู่มาตั้งแต่เกิดถูกยึด ปานรุ้งและลูกชายของคุณถูกไล่ออกจากบ้านหลังเสร็จงานศพแม่ ปานรุ้งสัญญากับตัวเองว่าลูกของคุณ จำเป็นที่จะต้องได้รับสิ่งที่ดีที่สุดและควรต้องไม่มีชีวิตตกต่ำเช่นคุณ

เกื้อ รุประมาณ ลูกชายคนขับรถที่ซื่อสัตย์ของคมขวัญ ผู้ซึ่งหลงรักปานรุ้งตั้งแต่เด็ก พาปานรุ้งกับปานเทพมา อยู่ที่บ้าน แต่ด้วยความเย่อหยิ่งของปานรุ้งทำให้แม่ของเกื้อไม่ค่อยชอบนัก และชอบมีปากเสียงกันอยู่บ่อยๆ ปานรุ้งอยู่กับเกื้อ จนมีลูกชายด้วยกันอีกคนชื่อ ปรก ปานรุ้งส่งลูกทั้งสองของคุณเข้าโรงเรียนที่มีชื่อ ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายมากกว่าปกติ เกื้อต้องรับจ้างขับรถรับจ้างเพิ่มเติม ส่วนปานรุ้งก็ตัดสินใจหางานทำทั้งๆ ที่คุณไม่เคยต้องลำบากเลยในชีวิต คุณเริ่มทนความลำบากยากจนไม่ไหว ขณะนั้นเองวาสุเทพคนที่ยังรักปานรุ้ง อย่างไม่เปลี่ยน แปลงก็เผ่านาในชีวิตของคุณอีกที เขายอมทิ้งกติยาและโดมลูกชายคนเดียวของเขา มาอยู่กับปานรุ้งและลูกๆของคุณ เกื้อรู้สึกตัวดีว่าตัวเองต่ำต้อยเพียงใด จึงจำต้องปล่อยปานรุ้งไปสู่สิ่งที่ดีมากกว่า วาสุเทพสัญญาว่าจะดูแลเด็กๆ เป็นอย่างดี

ช่วงสงครามเวียดนาม ปานรุ้งอาศัยบารมีของวาสุเทพช่วยให้มีเส้นสายในแวดวงทหารอเมริกัน ปานรุ้งจึง เริ่มมีฐานะขึ้นอีกรอบ คุณยังมีลูกกับวาสุเทพอีก 2 คน คือ ปานวาดและ ปกรณ์ ด้วยความเป็นลูกชายคนเล็ก และเกิดมาพร้อมกับโชคที่ทำให้ชีวิตคุณดีขึ้น ปานรุ้งจึงรักปกรณ์มาก ขณะที่ยกนามอยู่ในเรือนจำ ปานเทพแอบมาพบพ่ออยู่บ่อยๆ เมื่อปานรุ้งรู้เรื่องจึงส่งปานเทพ ไปศึกษาต่อที่อเมริกาทันที

14 ปีผ่านไป ลูกๆ ของปานรุ้งโตเป็นชายหนุ่มสาว ปานรุ้งตั้งอกตั้งใจจะให้ปานเทพที่เรียนจบบริหารธุรกิจจากอเมริกากลับมาดูแลกิจการทั้งหมดของคุณ ปานรุ้งคิดแผนขยายธุรกิจของคุณโดยให้ปรก ลูกชายของคุณและนิชา บุตรสาวคุณนายนิรมลนักธุรกิจชื่อดังหมั้นกัน แต่เมื่อคุณนายนิรมลถูกฟ้องล้มละลาย ปานรุ้งจึงยกเลิก การแต่งงานทั้งหมด ปรกและนิชาช่วยกันหาทางออกทั้งคู่ตัดสินใจไปวิงวอน จากเกื้อผู้เป็นพ่อ ซึ่งบัดนี้ได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ทำให้ปานรุ้งไม่พอใจเป็นอย่างมาก

ปานเทพดูแลกิจการทุกอย่างแทนปานรุ้งและได้ปรับปรุงกิจการไปในทิศทางของตน หากแต่ปานรุ้งไม่เห็นด้วย จึงมีปากเสียงกัน ปานเทพตัดสินใจออกจากบ้านไปทำธุรกิจกับยกนามซึ่งพ้นโทษออกมาจากคุกแล้ว

ปานวาดพบรักกับโดมดีเจชายหนุ่ม ทั้งสองมีความรักให้กันและกันอย่างอย่างมาก โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ว่าความรัก ของเขาทั้งสองนั้น ดำเนินอยู่บนเส้นทางของความเกลียดชัง เพราะโดมที่แท้จริงนั้นคือลูกชายของกติยา และวาสุเทพ และการที่ทั้งสองได้มีโอกาสพบรักกันนั้น ทั้งหมดเป็นแผนของกติยาที่ต้องการแก้แค้นปานรุ้ง โดยหวังให้โดมทำลายปานวาดและยิ่งกว่านั้น ทั้งคู่เป็นพี่น้องพ่อเดียวกัน สิ่งเลวร้ายนี้จะทำให้ทั้งปานรุ้ง และวาสุเทพต้องเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสเช่นเดียวกับที่คุณเป็น

ส่วนปกรณ์ ได้พบรักกับ วิรินทร์ เพื่อให้นที่มหาวิทยาลัย ปกรณ์เองเป็นห่วงใจมาก เพราะรู้ว่าแม่คาดหวังในตัวเขามาก และจะไม่มีวันอนุญาตให้เขากับวิรินทร์ได้รักกันอย่างแน่ๆ เพราะวิรินทร์เป็นเด็กสลัมที่ยากจน ปานรุ้งโกรธมากที่ปรกและนิชาแอบไปแต่งงานกัน คุณจึงลงโทษโดยไล่ทั้งสองคนไปอยู่เรือนเล็ก และต่อว่าเกื้ออย่างหนัก และคุณก็ต้องโกรธมากขึ้น เมื่อรู้ว่าปานเทพไปอยู่กับยกนามผู้เป็นพ่อ ยิ่งไปกว่านั้นปานวาดบุตรสาวคนเดียวของคุณ ยังถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัย คุณจึงต้องกักรอบๆปานวาดไม่ให้ออกไปไหน

ปานเทพร่วมกับยกนามทำกิจการแชร์ผิดกฎหมาย แต่ถูกจับได้ หุ้นส่วนหักหลังกันเอง ทั้งคู่โดนเจ้าหนี้ตามล่า ยกนามให้ปานเทพกลับมาขอร้องจากแม่ แต่ถูกปฏิเสธ ด้วยความวู่วามปานเทพเผลอรังแกปานรุ้ง จนบาดเจ็บ แล้วหนีไป ยกนามถูกฆ่าตายเพราะปกป้องปานเทพ านรุ้งช่วยปานเทพหนีออกนอกประเทศก่อนถูกจับ ทำให้ปานเทพได้รู้ถึงความรักและการให้อภัยจากคนที่เป็นแม่แม้ว่าเขาจะทำผิดต่อแม่มากก็ตาม

ปานวาดตัดสินใจหนีออกจากบ้านไปกับโดม ทั้งคู่ติดยาเสพติดและตกระกำลำบากายทรัพย์สินติดตัวที่มีอยู่จนหมด โดมลงแดงต้องการยา ด้วยความรักของปานวาด คุณจึงยอมเป็นผู้หญิงหากิน เพื่อให้หาเงินมาซื้อยาเสพติดให้โดม คุณไม่กล้ากลับไปหาแม่ เพราะคิดว่าตนเป็นลูกที่ไม่ดี ทำลายความฝันของแม่ วาสุเทพมาตามหาปานวาด ที่บ้านกติยา และได้รู้ความจริงทั้งหมดว่าเป็นแผนการของกติยา วาสุเทพตกอกตกใจมาก ทำให้อาการโรคหัวใจกำเริบ จนเสียชีวิต

ทางด้านปกรณ์นั้น นับวันก็รักวิรินทร์มากยิ่งขึ้น และสับสนเมื่อรู้ว่าแม่ยิ่งคาดหวังกับตัวเขามาก เพราะผิดหวังจาก พวกพี่ๆ แต่ในที่สุดปกรณ์ตัดสินใจการันตีความรักของตนกับวิรินทร์ ปานรุ้งจำใจต้องจัดงานแต่งงานให้ทั้งคู่ แต่ต่อมาด้วยความที่ปกรณ์ยังไม่เป็นผู้ใหญ่พอจึงเกิดเข้าใจผิด ปกรณ์ระแวงว่าลูกในท้องวิรินทร์ไม่ใช่ลูกเขา วิรินทร์เสียใจและทิ้งปกรณ์ไป ปกรณ์ยอมรับไม่ได้ และโทษว่าเป็นความผิดของแม่ จึงก่อโศกนาฏกรรม ครั้งใหญ่ขึ้นเพื่อให้ให้แม่รู้ว่าความรู้สึกของการที่ต้อง เสียคนที่รักที่สุดไปเป็นอย่างไร ส่วนเกื้อตามหาปานวาด จนพบและพากลับมาหาปานรุ้งด้วยสภาพไม่ปกติ ปานรุ้งรับปานวาดกลับบ้านและรักษาคุณจนอาการค่อยดีขึ้น ตำนานความรักอันยิ่งใหญ่ของปานรุ้ง ปิดฉากลงพร้อมกับบทสุดท้ายของชีวิตคุณ ความรักเช่นไรที่จะถูกต้องงดงาม คำถามนี้ยังคงไร้คำตอบ มีทางเลือกอีกอย่างมากให้ได้ลอง และเรียนรู้ ขอก็แค่อย่าหยุดที่จะค้นหา และเดินทางไปพร้อมกับหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก

เรื่องย่อ ซูสีไทเฮา หงส์เหนือบัลลังก์ (The Firmament of the Pleiades) ตอนที่ 8

ฉุนชินอ๋องเห็นด้วยกับสี่เจินแต่ไม่กล้าทูลตามตรง เขาจึงได้แต่ทูลว่าการที่ฮ่องเต้สามารถว่าราชการได้โดยลำพังนับเป็นเรื่องที่น่ายินดีแต่ควรรอให้ฮ่องเต้อภิเษกเสียก่อน (ฮ่องเต้ถึงวัยอภิเษกแล้ว – ความเห็นนี้ทำให้การขยายเวลาว่าราชการหลังม่านของไทเฮาสั้นลง จากหลายๆ ปีเป็นไม่เกิน 1-2 ปี) ไทเฮาไม่อาจคัดค้านเพราะไม่อยากถูกเหล่าขุนนางมองว่าหวงอำนาจ จึงจำใจกล่าวว่าพระองค์เห็นด้วยกับฉุนชินอ๋องและต้องใช้เวลาเตรียมการเช่นกัน เมื่อถูกไทยเฮาถามความเห็นสี่เจินจึงทูลว่าตนเห็นด้วยกับความคิดของพระองค์ จากนั้นก็ยกย่องไทเฮา (ที่ยอมคืนอำนาจให้ฮ่องเต้) ว่าเสมือนพระราชาธิราชเฉียนหลง* ที่ทรงสละราชบัลลังก์ให้พระโอรสจนโลกจดจำ ไทเฮาได้ยินดังนั้นจึงตำหนิสี่เจินเสียงแข็งที่ยกพระองค์เทียบพระราชาธิราชเฉียนหลง แต่สุดท้ายก็หัวเราะชอบใจ

* "เฉียนหลง" คือ พระราชาธิราชองค์ที่ 6 ของราชวงศ์ชิง พระนามเดิมคือ "หงลี่" หลังครองราชย์นาน 60 ปีพระองค์ได้สละราชสมบัติให้พระโอรสองค์ที่ 15  ด้วยไม่ทรงปรารถนาจะครองราชย์ยาวนานเกินกว่าพระราชาธิราชคังซีผู้เป็นพระอัยกา (ปู่)  ถึงกระนั้นอำนาจที่แท้จริงยังคงอยู่กับพระองค์ โดยดำรงตำแหน่งเป็น "ไท่ซ่างหวง" หรือพ่อหลวงของแผ่นดิน ซึ่งเป็นพระราชาธิราชสูงสุด 

เมื่ออยู่ในที่ลับตาคน ฮ่องเต้ก็ตำหนิสี่เจิน (แบบอ้อมๆ) ที่บุ่มบ่ามทูลไทเฮาให้วางมือจากการว่าราชการหลังม่าน สี่เจินยอมรับว่าตนเองก็กลัวตายแต่ถ้าไม่ทูลตอนนี้ก็คงหาโอกาสดีๆ แบบงี้ได้ยาก ถึงแม้ตนไม่สามารถทวงคืนอำนาจมาให้ฮ่องเต้ได้ในทันที แต่อย่างน้อยไทเฮาก็ทรงรับปากต่อหน้าเหล่าขุนนาง
ฮ่องเต้บอกสี่เจินว่าต่อจากนี้ห้ามวู่วามอีกเป็นอันขาด ถึงไม่มีอำนาจพระองค์ก็ยังอยู่ได้ แต่ถ้าไม่มีอาจารย์ช่วยชี้แนะพระองค์คงอยู่อย่างยากลำบาก ดังนั้นพระองค์จะอดทนรอต่อไป สี่เจินทูลว่าพระองค์รอได้แต่ประชาชนรอไม่ได้ ยามนี้บ้านเมืองทั้งล้าหลังและระส่ำระสาย แถมราษฎรยังอดอยากยากแค้น หากไม่เร่งปฎิรูปบ้านเมืองราษฎรคงพากันสิ้นหวัง  ฮ่องเต้ได้ยินดังนั้นจึงรับปากว่าพระองค์จะเป็นฮ่องเต้ที่ดีและจะไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวัง