เรื่องย่อ ซูสีไทเฮา หงส์เหนือบัลลังก์ (The Firmament of the Pleiades) ตอนที่ 8

ฉุนชินอ๋องเห็นด้วยกับสี่เจินแต่ไม่กล้าทูลตามตรง เขาจึงได้แต่ทูลว่าการที่ฮ่องเต้สามารถว่าราชการได้โดยลำพังนับเป็นเรื่องที่น่ายินดีแต่ควรรอให้ฮ่องเต้อภิเษกเสียก่อน (ฮ่องเต้ถึงวัยอภิเษกแล้ว – ความเห็นนี้ทำให้การขยายเวลาว่าราชการหลังม่านของไทเฮาสั้นลง จากหลายๆ ปีเป็นไม่เกิน 1-2 ปี) ไทเฮาไม่อาจคัดค้านเพราะไม่อยากถูกเหล่าขุนนางมองว่าหวงอำนาจ จึงจำใจกล่าวว่าพระองค์เห็นด้วยกับฉุนชินอ๋องและต้องใช้เวลาเตรียมการเช่นกัน เมื่อถูกไทยเฮาถามความเห็นสี่เจินจึงทูลว่าตนเห็นด้วยกับความคิดของพระองค์ จากนั้นก็ยกย่องไทเฮา (ที่ยอมคืนอำนาจให้ฮ่องเต้) ว่าเสมือนพระราชาธิราชเฉียนหลง* ที่ทรงสละราชบัลลังก์ให้พระโอรสจนโลกจดจำ ไทเฮาได้ยินดังนั้นจึงตำหนิสี่เจินเสียงแข็งที่ยกพระองค์เทียบพระราชาธิราชเฉียนหลง แต่สุดท้ายก็หัวเราะชอบใจ

* "เฉียนหลง" คือ พระราชาธิราชองค์ที่ 6 ของราชวงศ์ชิง พระนามเดิมคือ "หงลี่" หลังครองราชย์นาน 60 ปีพระองค์ได้สละราชสมบัติให้พระโอรสองค์ที่ 15  ด้วยไม่ทรงปรารถนาจะครองราชย์ยาวนานเกินกว่าพระราชาธิราชคังซีผู้เป็นพระอัยกา (ปู่)  ถึงกระนั้นอำนาจที่แท้จริงยังคงอยู่กับพระองค์ โดยดำรงตำแหน่งเป็น "ไท่ซ่างหวง" หรือพ่อหลวงของแผ่นดิน ซึ่งเป็นพระราชาธิราชสูงสุด 

เมื่ออยู่ในที่ลับตาคน ฮ่องเต้ก็ตำหนิสี่เจิน (แบบอ้อมๆ) ที่บุ่มบ่ามทูลไทเฮาให้วางมือจากการว่าราชการหลังม่าน สี่เจินยอมรับว่าตนเองก็กลัวตายแต่ถ้าไม่ทูลตอนนี้ก็คงหาโอกาสดีๆ แบบงี้ได้ยาก ถึงแม้ตนไม่สามารถทวงคืนอำนาจมาให้ฮ่องเต้ได้ในทันที แต่อย่างน้อยไทเฮาก็ทรงรับปากต่อหน้าเหล่าขุนนาง
ฮ่องเต้บอกสี่เจินว่าต่อจากนี้ห้ามวู่วามอีกเป็นอันขาด ถึงไม่มีอำนาจพระองค์ก็ยังอยู่ได้ แต่ถ้าไม่มีอาจารย์ช่วยชี้แนะพระองค์คงอยู่อย่างยากลำบาก ดังนั้นพระองค์จะอดทนรอต่อไป สี่เจินทูลว่าพระองค์รอได้แต่ประชาชนรอไม่ได้ ยามนี้บ้านเมืองทั้งล้าหลังและระส่ำระสาย แถมราษฎรยังอดอยากยากแค้น หากไม่เร่งปฎิรูปบ้านเมืองราษฎรคงพากันสิ้นหวัง  ฮ่องเต้ได้ยินดังนั้นจึงรับปากว่าพระองค์จะเป็นฮ่องเต้ที่ดีและจะไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวัง