เรื่องย่อซ่อนเงารัก 2

นลินเริ่มเกลี้ยกล่อมให้ขวัญมาสงสัยในตัวเหนือเมฆ แกล้งตั้งคำถามว่าเหนือเมฆชอบขวัญมา เพราะมองว่าขวัญมาเป็นขวัญเอย แต่ขวัญเอยต้องทนทุกข์ทรมานขนาดไหน ขวัญมาเองก็น่าจะรู้ ขวัญมาเริ่มรู้สึกผิด และเริ่มไม่แน่ใจว่าแท้จริงแล้วเหนือเมฆรักใคร นลินได้โอกาสจึงบอกว่า มีทางที่ขวัญมาจะชดใช้ให้ขวัญเอยได้

          ในวันงานแต่งงานของเหนือเมฆ เหนือเมฆได้เข้าพิธีสมรสกับเจ้าสาวของเขา แต่ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าสาวของเขาในวันนั้นคือขวัญเอยหรือขวัญมากันแน่ มีเพียงนลินที่รู้ว่าเจ้าสาวที่ยืนอยู่ข้างเหนือเมฆเป็นใคร และจำเป็นที่จะต้องไม่มีใครรู้ เพราะคุณจะให้ขวัญเอยและขวัญมาสลับร่างกันไปเรื่อย ๆ แม้ขวัญเอยจะสุขสบายที่ได้อยู่กับเหนือเมฆ ชายที่เขารัก แต่ลึก ๆ แล้วขวัญเอยก็ยังไม่ได้เป็นตัวเองอย่างบริบูรณ์แบบเสียที เพราะต้องปลอมตัวเป็นขวัญมาตลอดเวลาที่อยู่กับเหนือเมฆ ขวัญเอยแอบทนทุกข์ แม้จะได้ครอบครองสิ่งที่จำเป็น แต่ก็ยังไม่เคยมีใครเห็นตัวตนที่แท้จริงอย่างที่เขาอยากเป็นจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนลิน ผู้เป็นแม่ หรือเหนือเมฆ ผู้ชายที่เขารัก

          ระหว่างที่เหนือเมฆใช้เวลาอยู่กับขวัญเอยและขวัญมาสลับกันไปเรื่อย ๆ ทำให้เขาเกิดความสงสัย เพราะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของเมียที่เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมในบางเวลา เหนือเมฆพยายามคิดแผนเพื่อให้จับสังเกตขวัญเอยหลายครั้งแต่ก็ยังไม่สำเร็จ

          ความอดทนของคนมีจำกัด เมื่อขวัญมาได้รู้ว่าแท้จริงแล้วคนที่อยู่ในใจของเหนือเมฆมาตลอดคือขวัญเอย และขวัญมาทนไม่ได้ที่จะเสียเหนือเมฆไป จากพี่น้องที่รักกันมากก็มาถึงจุดแตกหักเพราะความรัก เมื่อขวัญมาไม่อยากเป็นแค่เงาในใจของเหนือเมฆอีกต่อไป ที่สำคัญขวัญมาต้องการจะเป็นคนเดียวที่เหนือเมฆจะรัก ขวัญมาไม่ต้องการจะเป็นแฝดที่หน้าตาเหมือนกับขวัญเอยอีกต่อไป การได้คิดว่าเหนือเมฆรักขวัญเอยที่มีหน้าตาเหมือนคุณ แต่กลับไม่ใช่คุณที่เหนือเมฆรัก ยิ่งทำให้ขวัญมาทนไม่ได้อีกแล้ว สองพี่น้องสมุทราะกันร้ายแรงจนเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ และทั้งคู่ก็ติดอยู่ในกองไฟนานจนอาการสาหัส ที่สำคัญขวัญเอยและขวัญมามีแผลไฟไหม้จนแทบจำหน้าเดิมไม่ได้

          แม้ขวัญมาจะเสียโฉม แต่เหนือเมฆกลับยิ่งรักและสงสารเมียของตนมาก คอยดูแลใกล้ชิด ในขณะที่ขวัญเอยอาการสาหัสกว่าและหน้าเสียโฉมเช่นกัน ได้แต่จมอยู่กับตัวเองในห้อง และเมื่อขวัญมาหายดีก็เดินทางไปศัลยกรรมที่ต่างประเทศ และกลับมาอีกทีในรูปโฉมใหม่ ที่ไม่ต้องเหมือนกับขวัญเอย แฝดผู้พี่ที่เป็นศัตรูหัวใจของคุณอีกต่อไป การกลับมาคราวนี้ขวัญมาจะเป็นคนใหม่ เป็นคนที่เหนือเมฆรักแต่เพียงคนเดียว ไม่ต้องเป็นเงาที่ซ่อนอยู่ในเงามืดเหมือนเช่นอดีตอีกต่อไป ติดตามชมความสนุกและเข้มข้นของเรื่องราวชีวิต ความรัก และความลับของแฝด ขวัญเอยและขวัญมา ที่ต้องรอพิสูจน์ด้วยตา พร้อมหัวใจ ว่าใครกันแน่ที่จะเป็นตัวจริง หรือใครกันแน่ที่จะเป็นได้เพียงแค่เงา

เรื่องย่อ รักใสใสของนายข้างบ้าน (My Flower Boy Next Door) ตอนที่ 2

ระหว่างรอผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เอ็นริเก้นำกล้องวิดีโอมาบันทึกภาพพนักงานฝึกหัดหญิงคนหนึ่ง จึงถูกเจ้าหน้าที่ประจำด่านดุเพราะมีกฏห้ามถ่ายภาพในรอบๆดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว เมื่อเห็นเอ็นริเก้ถือพาสปอร์ตต่างชาติเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวข้างต้นก็บ่นว่าคนสมัยนี้ชอบถือสองสัญชาติเพื่อให้หลบเลี่ยงการเป็นทหาร จากนั้นก็ถามเอ็นริเก้ว่า "นี่เราน่ะพูดภาษาเกาหลีได้ไหม"  

เอ็นริเก้ถามเจ้าหน้าที่ประจำด่านว่า ที่เขาไม่ใช้ภาษาทางการกับตนเพราะมองว่าตนเป็นเด็กใช่ไหม เจ้าหน้าที่คนดังที่กล่าวถึงแล้วได้ยินดังนั้นก็ถึงกับผงะหงาย เอ็นริเก้จึงถามกึ่งโม้ว่าตนช่างสังเกตใช่ไหม  และบอกว่าการที่เจ้าหน้าที่พูดแบบนั้นทำให้เขารู้สึกสนิทสนมเหมือนเป็นเพื่อให้นกัน จากนั้นก็สาธยายว่าเขาไปอยู่ที่สเปนตั้งแต่อายุ 9 ขวบและมีคนบอกว่าเขาเป็นเด็กอัจฉริยะ ถึงจะไม่ได้อยู่เกาหลีแต่พ่อของเขาไม่ยอมให้พูดภาษาสเปนที่บ้าน เขาจึงพูดภาษาเกาหลีได้อย่างคล่องแคล่ว เจ้าหน้าที่คนดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นได้ฟังดังนั้นก็หันมาใช้ภาษาสุภาพและเรียกเขาว่า "คุณเอ็นริเก้"

เมื่อถูกถามว่ามาเกาหลีทำไม เอ็นริเก้ก็ทำท่าแผลงศรแล้วบอกว่ามายิงศรรัก เอ็นริเก้หันไปเห็นป้ายชื่อของพนักงานหญิงระบุคำว่า  "ฝึกหัด" และ "Trainee" เลยเข้าใจว่าคุณชื่อ "ฝึกหัด" เป็นพนักงาน "Trainee"  จึงถ่ายวิดีโอเอาไว้เพราะคิดว่าเป็นชื่อที่แปลกดี มิหนำซ้ำ เอ็นริเก้ที่เพิ่งจะโม้ว่าตนเองเป็นอัจฉริยะยังเรียกคุณว่า "พี่ฝึกหัด" อีกต่างหาก 

เมื่อมาถึงอาคารผู้โดยสารขาเข้า เอ็นริเก้ก็ได้รับการต้อนรับเยี่ยงซุป'ตาร์ เพราะมีบรรดาแฟนคลับและนักข่าวมารอรับเพียบ เมื่อถูกถามว่าเขาตอบรับข้อเสนอของ "พิกซาร์"  (พิกซาร์ แอนนิเมชั่น สตูดิโอส์ ในเครือดีสนีย์) หรือยัง  และจะออกจาก "โซล่า สตูดิโอ" ไหม เขายังไม่ทันได้ตอบคำถามก็มีเสียงคนพูดว่าเราจะสัมภาษณ์เรื่องนี้กันทีหลัง ระหว่างที่โดนนักข่าวห้อมล้อมอยู่นั้น เอ็นริเก้ก็หันไปเห็นสาวน้อยยูน โซยอง เดินสะพายกีตาร์เผ่านาหา

ตัดไปที่สองชายหนุ่มนักเขียนเว็บตูน  "โอ จินรัก" และ "โอ ดงฮุน" ซึ่งถูกเปิดตัวด้วยลุคนายแบบสุดเท่ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วทั้งคู่กำลังไปฟังผลว่าเว็บตูนเรื่อง "ซอมบี้ ซอกเกอร์" ของพวกเขาจะผ่านการพิจารณาหรือเปล่า เมื่อบ.ก.สาวที่โหมงานหนักจนตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้าบอกว่างานของพวกเขาไม่ผ่านการพิจารณา เพราะดัดแปลง (ลอก) เนื้อเรื่องมาจากวิดีโอเกมของเอ็นริเก้ ดงฮุนก็แย้งว่าเว็บตูนกับเกมแตกต่างกันสักหน่อย แถมเอ็นริเก้ยังอยู่ที่สเปนอีกต่างหาก  บ.ก.สาวจึงบอกว่าเอ็นริเก้พึ่งเดินทางมาถึงกรุงโซล

ดงฮุนไม่ยอมแพ้จึงคิดที่จะนำภาพประกอบที่พวกตนพึ่งจะวาดมาอวดบ.ก. ระหว่างที่กำลังเลือกรูปอยู่นั้นเขาก็พบภาพวาดหญิงสาว (ทงมี) ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับงานเลยสักนิด จินรักเห็นแล้วปิ๊งไอเดียจึงนำเสนอโปรเจ็คใหม่ โดยบอกว่าเขากำลังจะเขียนเว็บตูนแนวเมโลดราม่าเกี่ยวกับหญิงสาวที่ขังตัวเองอยู่ภายในอพาร์ทเมนท์โดยมีเหล่าบรรดาชายหนุ่มหล่อเป็นเพื่อให้นบ้าน และตั้งชื่อเรื่องว่า "อิวจิ๊บ โกมินัม  (Flower Boy Next Door)” ปรากฏว่าพล็อตเรื่องดังกล่าวข้างต้นโดนใจบ.ก.สาวอย่างแรง

เรื่องย่อ ฟ้าส่งผมมาเป็นหมอ (Good Doctor) ตอนที่ 3

ส่วนทางด้าน "ยู แชคยอง" (หัวหน้าคณะผู้ตัดสินคิดแผนและพัฒนาองค์กร / คู่หมั้นของโดฮัน)  ก็นำแผนงานมาเสนอ "ลี ยอวอน"  (ผู้ตัดสินผู้ให้การใหญ่โรงพยาบาลฯ และแม่ของแชคยอง)  หลังอ่านเอกสารแล้วยอวอนก็ตำหนิแชคยองที่มุ่งเน้นในเรื่องการคิดแผนปรับโครงสร้างองค์กรเพียงอย่างเดียว แชคยองแย้งว่าแต่ละแผนกในโรงพยาบาลมีการผลัดเวรบ่อยเกินไป ทำให้มีเจ้าหน้าที่มากเกินความจำเป็น และนี่ก็เสมือนโรคเรื้อรังของโรงพยาบาล ยอวอนแย้งกลับว่าที่นี่ไม่ใช่โรงงานแต่เป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย การปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่แต่ละคนล้วนมีผลต่อชีวิตคนไข้ แชคยองสวนกลับว่า แม้การใส่ใจชีวิตคนไข้จะเป็นเรื่องดี แต่ถ้าไม่ปรับปรุงในเรื่องนี้ก็ส่งผลกระทบต่อความอยู่รอดของโรงพยาบาล ยอวอนไม่อนุมัติแผนงานและส่งเอกสารคืนให้แชคยอง  แต่แชคยองการันตีว่าจะทำตามแผนเดิม

ปัจจุบัน หมอชเว ซึ่งครั้งหนึ่งเคยประจำอยู่ที่โรงพยาบาลเล็กๆ ในต่างจังหวัดและเป็นผู้ช่วยชีวิตชีอนตอนอุโมงค์ถ้ำถล่ม ได้กลายมาเป็นผู้อวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยซองวอนแล้ว (นับแต่นี้จะเรียกหมอชเวว่า "ผู้อวยการชเว) เขาครุ่นนึกถึงเรื่องราวสมัยเด็กๆ ของชีอน ที่สนใจด้านการแพทย์มาก และมักมานั่งดูตนรักษาคนไข้อยู่เสมอ มิหนำซ้ำยังแอบอ่านตำราแพทย์ทั้งหมดของตนอีกด้วย

ในที่สุด ชีอนก็เดินทางมาถึงจุดหมายปลายทาง หลังลงจากรถไฟแล้วเขาก็แวะดูการ์ตูนสามมิติที่สถานีรถไฟตามประสาเด็ก (สภาพจิตใจเหมือนเด็ก 10 ขวบ)  แต่แล้วอยู่ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อเด็กชาย "ฮยอนอู" (หนูน้อยที่มอบไข่ต้มให้ชีอนบนรถไฟ) ถูกป้ายโฆษณา (กรอบกระจก) ขนาดใหญ่ที่สถานีรถไฟร่วงลงมาทับจนหมดสติแน่นิ่ง โชคดีที่มีหมอคนหนึ่งอยู่ในเหตุการณ์ หลังตรวจบาดแผลที่ลำคอของหนูน้อยแล้วหมอคนดังที่กล่าวถึงมาแล้วก็อธิบายให้แม่เด็กฟังว่า โชคดีที่เศษกระจกไม่ได้ตัดหลอดเลือดสมองคาโรติด (หลอดเลือดแดงใหญ่ขนาดประมาณนิ้วก้อย ทำหน้าที่ส่งเลือดจากหัวใจผ่านคอด้านหน้าไปสู่สมอง) แต่บาดเข้ารอบๆหลอดเลือดดำใหญ่ที่ลำคอ

หมอคนดังที่กล่าวมาข้างต้นรีบนำผ้าเช็ดหน้ามาปิดบาดแผลที่ลำคอฮยอนอูพลางกล่าวว่า หากห้ามเลือดได้สำเร็จหนูน้อยก็จะปลอดภัย ชีอน (ซึ่งยังคงสวมแว่นตาสามมิติ) เห็นหมอกดแผลเพื่อให้ห้ามเลือดที่ลำคอเด็ก จึงเดินมาห้ามไม่กดแรงจนเกินไปเพราะจะส่งผลต่อฟุตบาทหายใจเด็ก (การรักษาเด็กและผู้ใหญ่มีความแตกต่างกัน) เขาสันนิษฐานว่าเด็กอาจได้รับบาดเจ็บที่ปอดและตับด้วยเช่นกัน หลังตรวจดูชีพจรแล้วพบว่าเป็นปกติ เขาก็ปลดกระดุมเสื้อฮยอนอูเพื่อให้ดูว่าบาดเจ็บตรงไหนบ้าง ปรากฏว่ามีแผลฉกรรจ์ที่ช่องท้อง (มีเศษกระจกชิ้นใหญ่ปักคาอยู่) เขาก้มฟังเสียงลมหายใจเพื่อให้เช็คว่าฮยอนอูหายใจเป็นปกติหรือเปล่า หลังจากนั้นก็เช็คซ้ำเพื่อให้ความมั่นใจโดยใช้นิ้วดัดคางฮยอนอูให้เงยหน้าขึ้น ก่อนบีบจมูกแล้วทำการเป่าปากเพื่อให้ตรวจเช็คการทำงานของSystemทางเท้าหายใจ ปรากฏว่ายอดอกของฮยอนอูยกตัวขึ้นซึ่งหมายความว่าSystemหายใจยังทำงานเป็นปกติ

เรื่องย่อ ลิขิตรักเจ้าหญิงมูยอง (The Blade and Petal) ตอนที่ 3

ขณะที่บรรยากาศในท้องพระโรงกำลังตึงเครียด แทคยองก็เผ่านาทูลพระเจ้ายองรยูว่า ขบวนเกี้ยวขององค์หญิงและองค์ชายถูกทหารของราชวงศ์ถังซุ่มโจมตีระหว่างเดินทางกลับจากเมืองชอลบอน (อดีตเมืองหลวงของโกกูรยอ)  โดซูถือโอกาสทูลว่า ตนและแม่ทัพยอน เกโซมุนพูดเอาไว้ไม่ผิด ในเมื่อราชวงศ์ถังหยามโกกูรยอถึงเพียงนี้แล้วจะสร้างความปรองดองกันได้อย่างไร พระเจ้ายองรยูตรัสว่า หลังสอบปากคำทหารที่ถูกจับได้ก็จะรู้ว่าราชวงศ์ถังทำเช่นนี้เพื่อให้อะไร

ปรากฏว่าเหตุการณ์ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นการจัดฉากของข้างยอน เกโซมุน  พอรู้ว่าคนที่พวกตนส่งไปสร้างสภาพการณ์ถูกทหารองครักษ์จับตัวได้ เหล่าขุนนางข้างยอน เกโซมุนต่างกลัวว่าแผนการจะถูกเปิดโปงแต่ยอน เกโซมุนกลับยังคงนิ่งเฉยและบอกให้เหล่าขุนนางไปหาอะไรใส่ท้องให้สบายใจ

อีกด้านหนึ่ง "ยอนชุง" บุตรชายนอกสมรสของยอน เกโซมุน ก็กำลังเดินฝ่าสายฝนโดยสวนกับขบวนเสด็จขององค์หญิงและองค์ชาย ภารกิจของยอนชุงคือการลอบฆ่าคนร้ายที่ถูกทหารองครักษ์จับได้ และเขาก็ยิงธนูฝ่าสายฝน ฝูงชน และลูกกรง ให้พุ่งเข้าไปปักกลางหลังคนร้ายได้อย่างแม่นยำ  

จางเห็นดังนั้นก็ออกไล่ล่ายอนชุงทันที องค์หญิงมูยองเห็นยอนชุงซุ่มอยู่บนหลังคาจึงชักดาบแล้วออกติดตามยอนชุงท่ามกลางสายฝน แม้จะถูกทหารและจางล้อมจับแต่ยอนชุงก็สามารถฝ่าออกมาได้ แต่สุดท้ายพระเอกของเราก็ปีนกำแพงมาจ๊ะเอ๋องค์หญิงมูยอนซะงั้น  องค์หญิงยื่นดาบไปที่ยอนชุงเชิงข่มขู่ซึ่งยอนชุงก็ยอมจำนนแต่โดยดี  พอเห็นจางพุ่งเข้าหา ยอนชุงก็รีบปัดดาบองค์หญิง เขาไม่คิดรังแกองค์หญิงและจางก็แค่ต้องการเปิดทางหลบหนี  หลังกระแทกจางจนล้มลงแล้ว ยอนชุงก็รีบคว้ากระเป๋าหนังที่บรรจุธนูหวังหลบหนี องค์หญิงเห็นดังนั้นจึงดึงกระเป๋าไว้จนเกิดการยื้อยุด ทำให้ยอนชุงพลาดท่าถูกจางฟันเข้าที่ต้นแขน พอหลบหนีออกมาได้แล้วเขาก็ได้ยินจางพูดว่า "องค์หญิง!" 

จางมาตามหามือฆ่าที่โรงเตี๊ยม (ขณะนั้นยอนชุงกำลังโชว์ปิดตายิงธนูอยู่ทางด้านใน) โดยมองหาคนที่ได้รับบาดเจ็บรอบๆต้นแขน  พอเห็นยอนชุง (ซึ่งมีผ้าปิดตาและไม่มีร่องรอยบาดแผล) เขาก็จ้องมองอย่างจับผิดก่อนเดินเลี่ยงออกไปยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ  ทันใดนั้น แขนเสื้อของยอนชุงก็ชุ่มไปด้วยเลือด หลังหยั่งเชิงกันได้สักพัก ทั้งจางและยอนชุงต่างชักดาบออกมาช้าๆ แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งมาดึงตัวยอนชุงออกไป  ("ชีอู" และ "บูชิ" ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่ม "กึมฮวาดัน" ก็อยู่ในโรงเตี๊ยมและได้เห็นความสามารถยิงธนูขั้นเทพของยอนชุงเช่นกัน)  

หลังจางไปจากโรงเตี๊ยมแล้ว ยอนชุงก็นึกถึงจุดเริ่มที่ทำให้ตัวเขาต้องแปลงเป็นมือฆ่า… วันหนึ่ง หลังจบการแสดงปิดตายิงธนู อยู่ๆ ก็มีชายกลุ่มหนึ่งมาจ้างวานให้เขาทำงานให้ (ความสามารถยิงธนูขั้นเทพของเขาเป็นที่โจษจันไปทั่วเมืองพยองยาง และใครๆ ต่างก็รู้ว่าเขาเดินสายแสดงการปิดตายิงธนู เพื่อให้ตามหาใครบางคน) ตอนแรกยอนชุงปฏิเสธ แต่พอรู้ว่าผู้จ้างวานเป็นคนที่มีตำแหน่งใหญ่โตในบ้านเมืองต่อให้เขาอยากเข้าพบเพียงใดก็ไม่มีทางได้พบง่ายๆ ยอนชุงจึงถามว่าหากตนรับงานนี้แล้วจะได้เข้าพบผู้จ้างวานไหม

เรื่องย่อ สะดุดรักนักเปียโน (Nae Il’s Cantabile) ตอนที่ 7

ยูจินนอนหลับตาบนโซฟาภายในห้องที่สะอาดสะอ้านและสุดแสนเป็นกฎระเบียบ เขาพยายามสะกดจิตตัวเองตามคำแนะนำในซีดี (หรือไฟล์เสียง) โดยทำให้ตนเองเชื่อว่าหอมหัวใหญ่คือแอปเปิ้ลแสนอร่อยแต่สุดท้ายก็ทำไม่สำเร็จ ขณะออกมาสูดอากาศที่ริมระเบียงยูจินได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยมาจากระเบียงห้องด้านข้าง (ห้องเนอิล) จึงชะโงกหน้าเข้าไปดู พอคิดว่าบนระเบียงเต็มไปด้วยถุงขยะที่มีแมลงวันตอมหึ่งยูจินก็ถึงกับช็อค เมื่อคิดว่าที่พื้นระเบียงมีน้ำสีเหลืองๆ เจิ่งนองและมีแมลงสาบจำนวนหนึ่งคลานไปมา ยูจินก็หมดความอดทนและตรงไปที่ห้องของเนอิลทันที

พอเห็นเนอิลนำเสื้อเชิ้ตของตนมาคลุมหัวยูจินก็ยิ่งรู้สึกโกรธ  (เนอิลอ้างว่าคุณยังไม่ได้ซักเสื้อผ้าเลยแอบเอาเสื้อเขามาใส่แค่แป๊บนึง) ยูจินไม่ต้องการให้ห้องของเนอิลแปลงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงสาบ เพราะกลัวว่าแมลงสาบจะอพยพหรือมาวิ่งเล่นที่ห้องของตน  เขาจึงลงทุนเก็บกวาดขยะและทำความสะอาดห้องของเนอิล แต่เนื่องจากว่าห้องรกมากจึงหาอุปกรณ์ทำความสะอาดไม่เจอ ยูจินเลยต้องขนเครื่องดูดฝุ่นและอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ห้องของตนมาจัดการแทน พอเห็นยูจินนำตุ๊กตาเน่าๆ ของตนไปใส่ถุงขยะ เนอิลก็เข้าไปยื้อแย่งและห้ามไม่ให้นำไปทิ้ง นอกจากนี้ ยูจินยังพบคราบอาหารที่แห้งและเน่าคาหม้อ รวมทั้งขนมปังขึ้นราซึ่งเนอิลบอกว่าคุณซื้อมาจากร้านของ "คิม ทักกู" (คิม ทักกู เป็นชื่อพระเอกในละครเรื่อง "King of Baking, Kim Tak Goo" ที่ออกอากาศในเกาหลีเมื่อปี 2010 และ "จูวอน" พระเอกของเราก็ร่วมแสดงในเรื่องนี้ด้วย)  เนอิลโวยวายลั่นเมื่อเห็นข้าวของเครื่องใช้เน่าๆ ของคุณถูกยูจินเก็บไปทิ้งในถุงขยะนับ 10 ถุง ยูจินชักเริ่มรำคาญจึงแบกเนอิลออกจากห้องแล้วทิ้งคุณไว้ทางด้านนอก จากนั้นก็เผ่านาเก็บกวาดตามลำพังจนห้องที่รกรุงรังกลับมาสะอาดและน่าอยู่อีกรอบ (เขายังช่วยซักเสื้อผ้าให้คุณด้วย)

ยูจินถึงกับหมดแรง ขณะที่เนอิลนั่งเล่นเปียโนอย่างแฮปปี้ คุณความคิดว่ามีเสียงเปียโนไพเราะขึ้นจึงสงสัยว่าอาจเป็นเพราะยูจินอยู่กับคุณที่นี่ ยูจินแย้งว่าเสียงเปียโนก้องขึ้นเพราะไม่มีกองขยะอยู่รอบๆ ต่างหาก เขาถามว่าท่อนที่คุณเล่นเมื่อสักครู่คือเพลงอะไร เนอิลกล่าวว่าเป็นเพลงโหมโรงของความรักระหว่างคุณกับยูจิน (จริงๆ แล้วเป็นเพลงที่คุณเล่นให้อาจารย์อันฟังก่อนหน้านี้) ยูจินบอกให้คุณลองเล่นอีกรอบ แต่เนอิลลืมไปแล้วว่าคุณเล่นยังไง ยูจินจึงไล่โน้ตให้ฟัง พอใช้ฟังเพลงของเนอิลแล้วยูจินก็หายเหนื่อย เขายิ้มอย่างพึงพอใจพลางคิดว่าแม้คุณจะเล่นในสไตล์ของตนเองแต่ฟังดูแล้วไม่เลวเลยทีเดียว ยิ่งฟังยูจินก็ยิ่งเคลิบเคลิ้มและเผลอขยับมือให้จังหวะ (แบบวาทยากร) โดยไม่รู้สึกตัว

บัลลังก์เมฆ

ปานรุ้ง สมุทรเทวา บุตรสาวคนเดียวของนางคมขวัญเจ้าของกิจการบริษัทสมุทรเทวาเดินเรือ จบการ ศึกษาจากต่างประเทศ คมขวัญ วาดหวังไว้ว่าบุตรสาวคนนี้จะมารับช่วงดูแลกิจการเดินเรือต่อจากคุณ ในวันเลี้ยงต้อนรับการกลับมา ของปานรุ้ง คุณได้มีโอกาสพบ กติยา เพื่อให้นสนิทสมัยเด็กนักเรียนและเรือโทวาสุเทพ นทีพิทักษ์ คู่หมั้นของกติยา วาสุเทพ หลงรักปานรุ้งจนยอมถอนหมั้นจากกติยามาหมั้นกับปานรุ้งแทน กติยาโกรธแค้นมาก แต่แล้วเมื่อปานรุ้งได้พบกับยกนาม ดิเรกวิทยา เพลย์บอยชายหนุ่มผู้เรียนนอก ที่น่าสนใจและมีชีวิตชีวากว่าวาสุเทพ ปานรุ้งตัดสินใจถอนหมั้นวาสุเทพส่งคืนให้กติยา และแต่งงานกับยกนาม โดยไม่ฟังคำคัดค้านจากคมขวัญ ผู้เป็นแม่เลย

กิจการเดินเรือของคมขวัญเสียหายหนักขึ้น ประกอบกับปานรุ้งให้ยกนามได้เผ่านามีส่วนบริหารงานโดย ไม่รู้ว่าเบื้องหน้าชองยกนามนั้นคือนักพนันตัวยง เขาเริ่มเอาเงินมาหมุน หนักเข้าก็ลอบส่งของเถื่อนเพื่อให้ให้หนี้พนัน แต่โชคไม่เข้าข้าง ยกนามกับพรรคพวกถูกจับได้ เพราะเกิดการฆาตกรรมนายช่างฝรั่งขึ้น เมื่อหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ยกนามโดนจับและถูกตัดสินติดตะราง 20 ปี ปานรุ้งเสียใจที่ถูกหลอกโดยสามีที่ตนรัก คุณสำนึกผิดที่ไม่เชื่อแม่ตั้งแต่ต้น แต่ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว ตระกูลสมุทรเทวาล้มละลาย ปานเทพ ดิเรกวิทยาบุตรคนแรกของคุณถือกำเนิดขึ้น หากแต่คมขวัญผู้เป็นแม่ ตรอมใจ และเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ ปานรุ้งล้มละลาย บ้านสมุทรเทวาที่คุณอยู่มาตั้งแต่เกิดถูกยึด ปานรุ้งและลูกชายของคุณถูกไล่ออกจากบ้านหลังเสร็จงานศพแม่ ปานรุ้งสัญญากับตัวเองว่าลูกของคุณ จำเป็นที่จะต้องได้รับสิ่งที่ดีที่สุดและควรต้องไม่มีชีวิตตกต่ำเช่นคุณ

เกื้อ รุประมาณ ลูกชายคนขับรถที่ซื่อสัตย์ของคมขวัญ ผู้ซึ่งหลงรักปานรุ้งตั้งแต่เด็ก พาปานรุ้งกับปานเทพมา อยู่ที่บ้าน แต่ด้วยความเย่อหยิ่งของปานรุ้งทำให้แม่ของเกื้อไม่ค่อยชอบนัก และชอบมีปากเสียงกันอยู่บ่อยๆ ปานรุ้งอยู่กับเกื้อ จนมีลูกชายด้วยกันอีกคนชื่อ ปรก ปานรุ้งส่งลูกทั้งสองของคุณเข้าโรงเรียนที่มีชื่อ ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายมากกว่าปกติ เกื้อต้องรับจ้างขับรถรับจ้างเพิ่มเติม ส่วนปานรุ้งก็ตัดสินใจหางานทำทั้งๆ ที่คุณไม่เคยต้องลำบากเลยในชีวิต คุณเริ่มทนความลำบากยากจนไม่ไหว ขณะนั้นเองวาสุเทพคนที่ยังรักปานรุ้ง อย่างไม่เปลี่ยน แปลงก็เผ่านาในชีวิตของคุณอีกที เขายอมทิ้งกติยาและโดมลูกชายคนเดียวของเขา มาอยู่กับปานรุ้งและลูกๆของคุณ เกื้อรู้สึกตัวดีว่าตัวเองต่ำต้อยเพียงใด จึงจำต้องปล่อยปานรุ้งไปสู่สิ่งที่ดีมากกว่า วาสุเทพสัญญาว่าจะดูแลเด็กๆ เป็นอย่างดี

ช่วงสงครามเวียดนาม ปานรุ้งอาศัยบารมีของวาสุเทพช่วยให้มีเส้นสายในแวดวงทหารอเมริกัน ปานรุ้งจึง เริ่มมีฐานะขึ้นอีกรอบ คุณยังมีลูกกับวาสุเทพอีก 2 คน คือ ปานวาดและ ปกรณ์ ด้วยความเป็นลูกชายคนเล็ก และเกิดมาพร้อมกับโชคที่ทำให้ชีวิตคุณดีขึ้น ปานรุ้งจึงรักปกรณ์มาก ขณะที่ยกนามอยู่ในเรือนจำ ปานเทพแอบมาพบพ่ออยู่บ่อยๆ เมื่อปานรุ้งรู้เรื่องจึงส่งปานเทพ ไปศึกษาต่อที่อเมริกาทันที

14 ปีผ่านไป ลูกๆ ของปานรุ้งโตเป็นชายหนุ่มสาว ปานรุ้งตั้งอกตั้งใจจะให้ปานเทพที่เรียนจบบริหารธุรกิจจากอเมริกากลับมาดูแลกิจการทั้งหมดของคุณ ปานรุ้งคิดแผนขยายธุรกิจของคุณโดยให้ปรก ลูกชายของคุณและนิชา บุตรสาวคุณนายนิรมลนักธุรกิจชื่อดังหมั้นกัน แต่เมื่อคุณนายนิรมลถูกฟ้องล้มละลาย ปานรุ้งจึงยกเลิก การแต่งงานทั้งหมด ปรกและนิชาช่วยกันหาทางออกทั้งคู่ตัดสินใจไปวิงวอน จากเกื้อผู้เป็นพ่อ ซึ่งบัดนี้ได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ทำให้ปานรุ้งไม่พอใจเป็นอย่างมาก

ปานเทพดูแลกิจการทุกอย่างแทนปานรุ้งและได้ปรับปรุงกิจการไปในทิศทางของตน หากแต่ปานรุ้งไม่เห็นด้วย จึงมีปากเสียงกัน ปานเทพตัดสินใจออกจากบ้านไปทำธุรกิจกับยกนามซึ่งพ้นโทษออกมาจากคุกแล้ว

ปานวาดพบรักกับโดมดีเจชายหนุ่ม ทั้งสองมีความรักให้กันและกันอย่างอย่างมาก โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ว่าความรัก ของเขาทั้งสองนั้น ดำเนินอยู่บนเส้นทางของความเกลียดชัง เพราะโดมที่แท้จริงนั้นคือลูกชายของกติยา และวาสุเทพ และการที่ทั้งสองได้มีโอกาสพบรักกันนั้น ทั้งหมดเป็นแผนของกติยาที่ต้องการแก้แค้นปานรุ้ง โดยหวังให้โดมทำลายปานวาดและยิ่งกว่านั้น ทั้งคู่เป็นพี่น้องพ่อเดียวกัน สิ่งเลวร้ายนี้จะทำให้ทั้งปานรุ้ง และวาสุเทพต้องเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสเช่นเดียวกับที่คุณเป็น

ส่วนปกรณ์ ได้พบรักกับ วิรินทร์ เพื่อให้นที่มหาวิทยาลัย ปกรณ์เองเป็นห่วงใจมาก เพราะรู้ว่าแม่คาดหวังในตัวเขามาก และจะไม่มีวันอนุญาตให้เขากับวิรินทร์ได้รักกันอย่างแน่ๆ เพราะวิรินทร์เป็นเด็กสลัมที่ยากจน ปานรุ้งโกรธมากที่ปรกและนิชาแอบไปแต่งงานกัน คุณจึงลงโทษโดยไล่ทั้งสองคนไปอยู่เรือนเล็ก และต่อว่าเกื้ออย่างหนัก และคุณก็ต้องโกรธมากขึ้น เมื่อรู้ว่าปานเทพไปอยู่กับยกนามผู้เป็นพ่อ ยิ่งไปกว่านั้นปานวาดบุตรสาวคนเดียวของคุณ ยังถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัย คุณจึงต้องกักรอบๆปานวาดไม่ให้ออกไปไหน

ปานเทพร่วมกับยกนามทำกิจการแชร์ผิดกฎหมาย แต่ถูกจับได้ หุ้นส่วนหักหลังกันเอง ทั้งคู่โดนเจ้าหนี้ตามล่า ยกนามให้ปานเทพกลับมาขอร้องจากแม่ แต่ถูกปฏิเสธ ด้วยความวู่วามปานเทพเผลอรังแกปานรุ้ง จนบาดเจ็บ แล้วหนีไป ยกนามถูกฆ่าตายเพราะปกป้องปานเทพ านรุ้งช่วยปานเทพหนีออกนอกประเทศก่อนถูกจับ ทำให้ปานเทพได้รู้ถึงความรักและการให้อภัยจากคนที่เป็นแม่แม้ว่าเขาจะทำผิดต่อแม่มากก็ตาม

ปานวาดตัดสินใจหนีออกจากบ้านไปกับโดม ทั้งคู่ติดยาเสพติดและตกระกำลำบากายทรัพย์สินติดตัวที่มีอยู่จนหมด โดมลงแดงต้องการยา ด้วยความรักของปานวาด คุณจึงยอมเป็นผู้หญิงหากิน เพื่อให้หาเงินมาซื้อยาเสพติดให้โดม คุณไม่กล้ากลับไปหาแม่ เพราะคิดว่าตนเป็นลูกที่ไม่ดี ทำลายความฝันของแม่ วาสุเทพมาตามหาปานวาด ที่บ้านกติยา และได้รู้ความจริงทั้งหมดว่าเป็นแผนการของกติยา วาสุเทพตกอกตกใจมาก ทำให้อาการโรคหัวใจกำเริบ จนเสียชีวิต

ทางด้านปกรณ์นั้น นับวันก็รักวิรินทร์มากยิ่งขึ้น และสับสนเมื่อรู้ว่าแม่ยิ่งคาดหวังกับตัวเขามาก เพราะผิดหวังจาก พวกพี่ๆ แต่ในที่สุดปกรณ์ตัดสินใจการันตีความรักของตนกับวิรินทร์ ปานรุ้งจำใจต้องจัดงานแต่งงานให้ทั้งคู่ แต่ต่อมาด้วยความที่ปกรณ์ยังไม่เป็นผู้ใหญ่พอจึงเกิดเข้าใจผิด ปกรณ์ระแวงว่าลูกในท้องวิรินทร์ไม่ใช่ลูกเขา วิรินทร์เสียใจและทิ้งปกรณ์ไป ปกรณ์ยอมรับไม่ได้ และโทษว่าเป็นความผิดของแม่ จึงก่อโศกนาฏกรรม ครั้งใหญ่ขึ้นเพื่อให้ให้แม่รู้ว่าความรู้สึกของการที่ต้อง เสียคนที่รักที่สุดไปเป็นอย่างไร ส่วนเกื้อตามหาปานวาด จนพบและพากลับมาหาปานรุ้งด้วยสภาพไม่ปกติ ปานรุ้งรับปานวาดกลับบ้านและรักษาคุณจนอาการค่อยดีขึ้น ตำนานความรักอันยิ่งใหญ่ของปานรุ้ง ปิดฉากลงพร้อมกับบทสุดท้ายของชีวิตคุณ ความรักเช่นไรที่จะถูกต้องงดงาม คำถามนี้ยังคงไร้คำตอบ มีทางเลือกอีกอย่างมากให้ได้ลอง และเรียนรู้ ขอก็แค่อย่าหยุดที่จะค้นหา และเดินทางไปพร้อมกับหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก

เรื่องย่อ ซูสีไทเฮา หงส์เหนือบัลลังก์ (The Firmament of the Pleiades) ตอนที่ 8

ฉุนชินอ๋องเห็นด้วยกับสี่เจินแต่ไม่กล้าทูลตามตรง เขาจึงได้แต่ทูลว่าการที่ฮ่องเต้สามารถว่าราชการได้โดยลำพังนับเป็นเรื่องที่น่ายินดีแต่ควรรอให้ฮ่องเต้อภิเษกเสียก่อน (ฮ่องเต้ถึงวัยอภิเษกแล้ว – ความเห็นนี้ทำให้การขยายเวลาว่าราชการหลังม่านของไทเฮาสั้นลง จากหลายๆ ปีเป็นไม่เกิน 1-2 ปี) ไทเฮาไม่อาจคัดค้านเพราะไม่อยากถูกเหล่าขุนนางมองว่าหวงอำนาจ จึงจำใจกล่าวว่าพระองค์เห็นด้วยกับฉุนชินอ๋องและต้องใช้เวลาเตรียมการเช่นกัน เมื่อถูกไทยเฮาถามความเห็นสี่เจินจึงทูลว่าตนเห็นด้วยกับความคิดของพระองค์ จากนั้นก็ยกย่องไทเฮา (ที่ยอมคืนอำนาจให้ฮ่องเต้) ว่าเสมือนพระราชาธิราชเฉียนหลง* ที่ทรงสละราชบัลลังก์ให้พระโอรสจนโลกจดจำ ไทเฮาได้ยินดังนั้นจึงตำหนิสี่เจินเสียงแข็งที่ยกพระองค์เทียบพระราชาธิราชเฉียนหลง แต่สุดท้ายก็หัวเราะชอบใจ

* "เฉียนหลง" คือ พระราชาธิราชองค์ที่ 6 ของราชวงศ์ชิง พระนามเดิมคือ "หงลี่" หลังครองราชย์นาน 60 ปีพระองค์ได้สละราชสมบัติให้พระโอรสองค์ที่ 15  ด้วยไม่ทรงปรารถนาจะครองราชย์ยาวนานเกินกว่าพระราชาธิราชคังซีผู้เป็นพระอัยกา (ปู่)  ถึงกระนั้นอำนาจที่แท้จริงยังคงอยู่กับพระองค์ โดยดำรงตำแหน่งเป็น "ไท่ซ่างหวง" หรือพ่อหลวงของแผ่นดิน ซึ่งเป็นพระราชาธิราชสูงสุด 

เมื่ออยู่ในที่ลับตาคน ฮ่องเต้ก็ตำหนิสี่เจิน (แบบอ้อมๆ) ที่บุ่มบ่ามทูลไทเฮาให้วางมือจากการว่าราชการหลังม่าน สี่เจินยอมรับว่าตนเองก็กลัวตายแต่ถ้าไม่ทูลตอนนี้ก็คงหาโอกาสดีๆ แบบงี้ได้ยาก ถึงแม้ตนไม่สามารถทวงคืนอำนาจมาให้ฮ่องเต้ได้ในทันที แต่อย่างน้อยไทเฮาก็ทรงรับปากต่อหน้าเหล่าขุนนาง
ฮ่องเต้บอกสี่เจินว่าต่อจากนี้ห้ามวู่วามอีกเป็นอันขาด ถึงไม่มีอำนาจพระองค์ก็ยังอยู่ได้ แต่ถ้าไม่มีอาจารย์ช่วยชี้แนะพระองค์คงอยู่อย่างยากลำบาก ดังนั้นพระองค์จะอดทนรอต่อไป สี่เจินทูลว่าพระองค์รอได้แต่ประชาชนรอไม่ได้ ยามนี้บ้านเมืองทั้งล้าหลังและระส่ำระสาย แถมราษฎรยังอดอยากยากแค้น หากไม่เร่งปฎิรูปบ้านเมืองราษฎรคงพากันสิ้นหวัง  ฮ่องเต้ได้ยินดังนั้นจึงรับปากว่าพระองค์จะเป็นฮ่องเต้ที่ดีและจะไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวัง

เรื่องย่อ รักครั้งใหม่หัวใจอลเวง (Someone Like You) ตอนที่ 4

หลังเกิดข่าวลือแพร่สะพัดว่าสายตาของจั่นเฉิงยังไม่กลับมาเป็นปกติ จั่นเฉิงกับเวยเหลียนเลยต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับเหล่านักลงทุนด้วยการเชิญนักข่าวมาที่ห้างสรรพสินค้า "จวี้เฉิง" (Big City) หวังจัดฉากหลอกนักข่าวว่าสายตาของจั่นเฉิงปกติดี แม้จะเตรียมความพร้อมและฝึกซ้อมกันมานาน (จั่นเฉิงฝึกเดินในห้างหลังห้างปิด) แต่เวยเหลียนกลับไม่ค่อยมั่นใจและอดเป็นกังวลใจไม่ได้ เพราะถ้าเกิดเหตุผิดพลาดจนถูกนักข่าวจับได้ก็เท่ากับเป็นการขุดหลุมฝังตัวเอง

ในขณะที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวย จั่นเฉิงก็ได้ยินเสียงที่ตนคุ้นเคยและโหยหามานาน เจ้าของเสียงที่ว่าก็คืออวี่ซี ซึ่งถูกเสี่ยวหลินลากตัวมาที่ห้างของจั่นเฉิงในช่วงเวลาพักกลางวัน (เสี่ยวหลินอยากให้อวี่ซีผ่อนคลายหลังทำงานจนแทบไม่มีเวลาพักมานาน จึงมอบคูปองนวดตัวของสปาสุดหรูที่ตั้งอยู่ในห้างให้คุณ) พอรู้ว่าคูปองดังกล่าวข้างต้นมีมูลค่าถึง 6 พันดอลลาร์ไต้หวัน (กว่า 6.5 พันบาท) อวี่ซีก็สวมกอดเสี่ยวหลินด้วยคุณงามความดีใจ และกล่าวว่า "ได้พบและรู้จักคุณเป็นเรื่องโชคดีที่สุดในชีวิตชั้นเลย" จั่นเฉิงได้ยินดังนั้นก็นึกถึงลั่วหานเพราะนั่นเป็นคำพูดสุดท้ายของคุณ เขาจึงเดินตาม (เสียง) อวี่ซีไปที่สปาอย่างลืมตัว

อวี่ซีตื่นเต้นจนเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่เมื่อเผ่านาใช้บริการที่ห้องส่วนตัวในสปาสุดหรู ขณะอาบน้ำคุณครวญเพลงอย่างแฮปปี้ (เป็นเพลงที่ลั่วหานร้องในรถก่อนตาย) จั่นเฉิงได้ยินดังนั้นจึงเดินตามเสียงเข้าไปในห้องและยืนฟังตรงหน้าอวี่ซี อวี่ซียิ่งร้องก็ยิ่งใส่อารมณ์ คุณร้องเพลงพลางเช็ดตัวด้วยท่าทางสุดเย้ายวนก่อนวาดลวดลายอย่างกับกำลังร้องเพลงอยู่บนเวที พอร้องเพลงจบคุณก็หลับตาแล้วหันหน้ามาทางจั่นเฉิง จากนั้นก็ใช้มือทั้งสองข้างกางผ้าเช็ดตัวออกจนล่อนจ้อน ก่อนก้มศีรษะคำนับแล้วกล่าวขอบคุณ

พอลืมตาอีกทีอวี่ซีก็ถึงกับช็อคเมื่อพบชายชายหนุ่มยืนยิ้มอยู่ตรงหน้า พอตั้งสติได้คุณก็ร้องกรี๊ดและโวยลั่น ทั้งยังกล่าวหาว่าจั่นเฉิงเป็นพวกโรคจิตและนักถ้ำมอง จั่นเฉิงได้ยินดังนั้นจึงรู้สึกตัวว่าคนที่ตนตามมาไม่ใช่ลั่วหานและเดินออกจากห้องไป แต่อวี่ซีไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ จึงฉุดแขนจั่นเฉิงเอาไว้ทำให้เกิดการยื้อยุดกัน จั่นเฉิงขอให้พนักงานช่วยเคลียร์เรื่องที่เกิดขึ้น จากนั้นก็ลงไปต้อนรับนักข่าวที่ชั้นล่างต่อ นึกไม่ถึงว่าอวี่ซีจะกัดไม่ปล่อย คุณตามมาโวยจั่นเฉิงที่ชั้นล่างต่อหน้านักข่าว เวยเหลียนจึงสั่งให้รปภ.รับมืออวี่ซี อวี่ซีผลักรปภ.คนดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเต็มแรงจนเขาเซถลาไปชนตู้กระจกทำให้ตู้ล้มลงตรงหน้าจั่นเฉิง นักข่าวคิดว่าจั่นเฉิงไม่ยอมหลบทั้งๆ ที่ตู้กำลังจะล้มลงมาทับเขา (เฉียดไปนิดเดียว) เลยพากันถามอย่างคาดคั้นว่าเขาตาบอดใช่ไหม ทำให้จั่นเฉิงตกอยู่ในสภาวะที่ยากลำบากและกำลังจะถูกจับได้ แต่แล้วอวี่ซีก็ทำให้สภาพการณ์ที่กำลังตึงเครียดคลี่คลายลงโดยไม่รู้สึกตัว คุณโวยลั่นว่าจั่นเฉิงแกล้งทำเป็นตาบอด แต่ความจริงเป็นนักถ้ำมองที่เพิ่งจะแอบดูคุณอาบน้ำและยังลวนลามคุณอีกด้วย จั่นเฉิงเลยรอดพ้นจากการถูกสงสัยว่าตาบอด และกลายเป็นข่าวในฐานะนักถ้ำมองโรคจิตแทน

เรื่องย่อ วีรบุรุษตระกูลหยาง (Warriors of the Yang Clan) ตอนที่ 5

หยี่เยียนกลับค่ายทหาร ซื่อหลางมอบยาและผ้าพันแผลให้หยี่เยียนใช้ในการฝึกซ้อม หยี่เยียนไม่ได้ให้ความสนใจเท่าใดนัก ตกดึก ซื่อหลางสวมชุดดำปกปิดใบหน้าเข้าไปทดสอบทหารใหม่ เหตุการณ์คราวนี้เกือบทำให้ฐานะที่แท้จริงของหยี่เยียนถูกเปิดเผยออกมา ซื่อหลางชมเชยหยี่เยียนที่พร้อมทุกสภาวะ หยี่เยียนไม่พอใจซื่อหลาง แต่นางก็ไม่สามารถไปจากค่ายทหารได้

ฉูฉู่และชีหลางพากันไปเที่ยวตลาด ทั้งสองพบว่าประชาชนต่างพากันทักทายและต้อนรับฉูฉู่เป็นอย่างดี ในที่สุดทั้งสอง ก็พบว่าเป็นความสามารถของพานเป้า ที่แท้พานเป้าแขวนภาพวาดฉูฉู่เอาไว้ จากนั้นก็มอบเงินให้ราษฎรเพื่อให้ให้เอาใจฉูฉู่ ชีหลางต้องการให้พานเป้านำภาพวาดของฉูฉู่ลงมา พานเป้ากลับปฏิเสธ ในที่สุดชีหลางและพานเป้าก็มีเรื่องชกต่อยกันขึ้นมา ชีหลางไม่ยอมแพ้ ชีหลางบอกให้ฉูฉู่กลับบ้านไปก่อน จากนั้นชีหลางก็ไปอ้อนวอนจากซันหลาง ซันหลางกำลังฝึกทหาร ชีหลางกลับขอร้อง ซันหลาง พาทหารไปสั่งสอนพานเป้า ในที่สุดก็เกิดการตะลุมบอนกันขึ้นมา เมื่อหยางเย่มาถึงก็ตำหนิลูกชายทั้งสอง จากนั้นก็ลงโทษทั้งสองต่อหน้าผู้คน

ซื่อหลางตามหาหยี่เยียน หยี่เยียนกลับติดใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ซื่อหลางเล่าเรื่องราวเมื่อครั้งยังเป็นเด็กให้หยี่เยียนฟัง ทำให้หยี่เยียนเข้าใจถึงตัวตนที่แท้จริงของซื่อหลาง ทันใดนั้นเอง พานเหยินเหม่ยมาเยี่ยมค่ายทหาร หยี่เยียนเห็นเช่นนั้นจึงรีบหาที่ซ่อนตัว หยี่เยียนเห็นซื่อหลางอาบน้ำ ทำให้จิตใจนางเต้นระทึก ซื่อหลางบอกให้หยี่เยียนช่วยอาบน้ำให้ หยี่เยียนกล้อมแกล้มรับปาก ต้าหลางผ่านมาพบเห็นเข้า ต้าหลางตำหนิซื่อหลางที่นำผู้หญิงเผ่านาในค่าย ซื่อหลางปฏิเสธเมื่อได้ยินเช่นนั้น ต้าหลาง จนปัญญากับซื่อหลาง ต่อมา ซันหลางและชีหลางก็พบว่าซื่อหลางและหยี่เยียนสนิทสนมกันเป็นพิเศษ เพียงชั่วพริบตาเดียวเรื่องของซื่อหลางและหยี่เยียนก็ดังกระฉ่อนไปทั่วค่ายทหาร

ซื่อหลางสอนกลยุทธทางการทหารให้หยี่เยียน ชีหลางบอกซันหลางว่าหยี่เยียนเป็นสายลับที่พานเป้าส่งมา ขอให้ซันหลางจับตาดูการเคลื่อนที่ของหยี่เยียนให้ดี นึกไม่ถึงซันหลางกลับถูกหยี่เยียนปั่นหัว ชีหลางใคร่ครวญถึงพฤติกรรมของหยี่เยียน ชีหลางมั่นใจว่าหยี่เยียนต้องเป็นผู้หญิงอย่างแน่ๆ ซื่อหลางก็เริ่มเคลือบแคลงสงสัยหยี่เยียนขึ้นมาแล้ว ซันหลางเล่าเรื่องที่ตนเสียรู้หยี่เยียนให้ชีหลางฟัง นึกไม่ถึงว่าหยางเย่ผ่านมาได้ยินคำสนทนาของคนทั้งสองเข้าโดยบังเอิญ

เรื่องย่อ รักทะลุมิติ (Love Weaves Through a Millennium) ตอนที่ 4

สาวใช้ของสวี่ฮองเฮาเดินเผ่านาดูลาดเลาในห้อง ก่อนสมคบคิดกับทหารยามเปิดประตูให้เหล่านักฆ่าตระกูลหวังบุกเผ่านาในตำหนัก… อีกด้านหนึ่งหวังหมั่งก็เดินหมากเกมรุกด้วยความมั่นใจว่าตนควรต้องเป็นข้างชนะ กงหมิงมองบอร์ดหมากแล้วแย้งว่าถึงอย่างไรพวกตนก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล แม้แผนการในการเดินหมากของหวังหมั่งจะแหลมคมกว่าแต่ก่อน แถมการเดินหมากเมื่อครู่ยังใช้ยุทธวิธีที่โหดเหี้ยม แต่ใช่ว่าตนจะรับมือไม่ได้

เหล่านักฆ่าสวมหน้ากากบุกเข้าไปในห้องของสวี่ฮองเฮา โดยคิดแผนจัดฉากให้เหมือนเป็นการฆ่าตัวตาย แต่นักฆ่ายังไม่ทันได้ลงมือ "อิ่งเยว่" ก็เผ่านาขวางและฆ่าเหล่านักฆ่าทุกคน…  หลังกงหมิงรุกฆาตและเป็นข้างชนะในที่สุด เขาก็บอกหวังหมั่งว่าเรื่องราวในโลกไม่เหมือนกับการเล่นหมากรุกและขอบคุณที่ทำให้ตนเป็นข้างชนะ หวังหมั่งถามว่าความเกี่ยวข้องของพวกตนต้องเป็นเหมือนหมากเกมนี้ที่ต่างข้างต่างต่อสู้จนล้มหายตายจากกันไปข้างหนึ่งจริงหรือ กงหมิงถามกลับว่าการลอบฆ่าสวี่ฮองเฮาและคนในตระกูลของพระองค์ (ที่ผ่านมาตระกูลสวี่มีอิทธิพลและเรืองอำนาจในราชสำนัก) เป็นทางเดียวที่จะทำให้สกุลหวังผงาดขึ้นมามีอิทธิพลงั้นหรือ และการช่วยให้จ้าวเฟยเยี่ยนได้ขึ้นเป็นฮองเฮาเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับหวังหมั่งและตระกูลหวังจริงหรือเปล่า

หวังหมั่งกล่าวว่าถึงยังไงสวี่เฟ่ยโฮ่วก็ต้องถูกฮ่องเต้สั่งประหารสักวัน เพราะการใช้คุณไสยมนต์ดำในวังหลวงเป็นโทษหนักที่ไม่อาจลบล้างได้โดยง่าย กงหมิงขอให้หวังหมั่งเลิกเสแสร้งและซื่อสัตย์กับตนเอง เขารู้ว่าจ้าวเฟยเยี่ยนมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ และชี้ว่านักพรตเต๋าได้รับคำสั่งให้เผ่านาตีสนิทจนได้รับความไว้วางใจจากสวี่ฮองเฮา หลังจากนั้นจ้าวเฟยเยี่ยนก็แต่งเรื่องให้ร้ายและคอยยุแยงฮ่องเต้อย่างต่อเนื่อง ทุกอย่างล้วนพุ่งเป้าไปที่สวี่ฮองเฮา แม้สวี่ฮองเฮาจะได้รับการยกเว้นโทษตายแต่ก็ไม่วายโดนปลดจากตำแหน่ง เมื่อกงหมิงบอกเป็นนัยว่าถ้าจ้าวเฟยเยี่ยนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มีหรือที่นางจะไม่ทิ้งเบาะแสเอาไว้ หวังหมั่งก็รู้สึกตกอกตกใจเพราะไม่คิดว่ากงหมิงจะมีหลักฐาน